ลำบากใจ “หากนายท่านรู้เรื่องเข้า พวกเราทำอะไรไปต้องรับผลที่ตามมาด้วยนะ!”
“เจ้าเป็นคนใกล้ชิดนายท่าน ข้าเป็นองครักษ์อิ่งของนายท่าน เจ้าเห็นนายท่านกลับมาสีหน้าดูไม่ได้เพียงนี้ หรือว่าพวกเราไม่ควรทำให้สถานการณ์มันชัดเจนหรอกรึ? ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้เป็นไปได้มากว่าจะเกี่ยวกับภูตหมอ หากไม่กล้าตรวจสอบเบาะแสวันนี้ของนายท่าน งั้นก็ตรวจสอบภูตหมอเถอะ”
ฟังเขาพูดถึงเพียงนี้ คล้ายจะมีเหตุผลอยู่บางส่วน ด้วยเหตุนี้ ฮุยหลางจึงพยักหน้า “ได้ งั้นข้าจะลองไปเดี๋ยวกลับมา”
เดินออกไปไม่กี่ก้าวกลับชะงักลง มองอิ่งอี ถามว่า “ทำไมเจ้าไม่ไปเล่า? เรื่องนี้เจ้าไปเองก็ได้นี่!”
อิ่งอีมองเขา บอกว่า “ข้าต้องคอยเฝ้านายท่านอยู่ในนี้!”
“ข้าก็เฝ้านายท่านอยู่ในนี้ได้เหมือนกัน เจ้าไปตรวจสอบสิ กลับมาข้าจะได้ไม่โดนทำโทษอีก” ฮุยหลางเดินกลับมา ส่งสัญญาณให้เขาไป
“เจ้าไม่ไปจริงรึ?”
“ไม่ไป!” ฮุยหลางส่ายหน้า คิดว่านี่ไม่ใช่ธุระกงการอะไร
“เจ้าไม่ไปข้าไป แต่ว่าหลังกลับมาอย่าถามข้าแล้วกัน”
“ทำไมเล่า?”
อิ่งอีเดินออกไปพลางบอก “เพราะข้าจะตรวจสอบแค่ภูตหมอ” ตรวจสอบแค่ภูตหมอ ต่อให้นายท่านรู้ก็ไม่เป็นไร
“คนทรยศ!” ฮุยหลางสบถเบาๆ มองเขาเดินไกลออกไป ก็กลับมาเฝ้าอยู่ในเรือน
อีกด้านหนึ่ง ภายในตรอก
เฟิ่งจิ่วเหยียบบนหลังเสี่ยวเอ้อคนนั้น โน้มตัวลงเล่นมีดสั้นในมือ มองเสี่ยวเอ้อที่สีหน้าซีดเผือดและหวาดกลัวนอนอยู่บนพื้น
“เจ้าเอาม้าข้าไปไว้ไหนเสียแล