วน้อยคนนั้นหนีไปอย่างคาดไม่ถึงอีกแล้ว!
เขาลูบๆ เคราตรงคางทั้งใบหน้าหม่นหมอง นางจำเขาได้ยังไงกันแน่? แล้วจำได้ตั้งแต่เมื่อไร่?
หรือว่า ในขณะที่เขาวางแผนปรากฏตัวด้วยตัวตนหลิงโม่หาน นางก็วางแผนซ้อนแผนไว้แล้ว?
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่กลับถึงโรงเตี๊ยมนอนลงบนเตียงทันที ตบๆ หน้าอกถอนหายใจเบาๆ แม้จะกลับมาโรงเตี๊ยมและปิดตัวอยู่ในห้องปีก หัวใจยังคงเต้นแรงตึกตัก
จะตื่นเต้นเกินไปแล้ว!
ไม่นึกเลยว่าท่านอาจะเป็นเจ้าตำหนักยมราช! และยิ่งนึกไม่ถึงว่าเธอจะส่งตัวเองไปติดกับ! โชคดีที่รู้ทันซ้ำยังเผ่นหนีมาได้ ไม่งั้นรับประกันว่าเธอต้องตกอยู่ในเงื้อมมือเขาแน่!
ก็ว่าสิ! รูปร่างทั้งสองคนจะคล้ายกันเช่นนั้นได้อย่างไร? แม้แต่คิ้วกับดวงตายังเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน หนำซ้ำก่อนหน้านี้เจ้าตำหนักยมราชมาปรากฏตัวในเมืองลิ่วเต้า ท่านอาคนนี้ก็โผล่มาที่นี่ด้วย
หอโอสถของเจ้าตำหนักยมราชกำลังศึกษายาแก้พิษเหมันต์พันปี ในตัวท่านอาก็มีพิษเหมันต์พันปี ช่างบังเอิญเสียเหลือเกิน หากเธอไม่โต้ตอบเดาว่าคงได้กลายเป็นคนโง่จริงๆ
“ไม่ได้การล่ะ คงอยู่เมืองลิ่วเต้านี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ตอนนี้ของก็ซื้อมาเกือบครบ ไปหาเหลิ่งซวงที่ตลาดมืดก่อนดีกว่าค่อยว่ากัน”
เธอพลิกตัวผุดลุกขึ้นจากเตียง เดินมารินน้ำดื่มข้างโต๊ะ ถึงจะลงตึกมาจ่ายค่าห้องกับเจ้าของร้าน จากนั้นค่อยมายังคอกม้าด้านหลังตามการนำทางของเจ้าของร้าน ใครจะรู้…
“นี่ม้าข้ารึ?”
เฟิ่งจิ่วมอ