งม้าสีขาวที่เจ้าของร้านจูงออกมา เลิกคิ้วเบาๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มกลับมาไม่ถึงนัยน์ตา
เจ้าของร้านตกใจ ถามว่า “หรือนี่ไม่ใช่ม้าของคุณชาย? ข้าได้ยินเสี่ยวเอ้อร์บอกว่าม้าคุณชายสีขาว ที่นี่ก็มีแค่ม้าสีขาวตัวนี้ตัวเดียวนะขอรับ!”
“แล้วเสี่ยวเอ้อร์ล่ะ?”
“เขาลาออกไปเมื่อเช้านี้…” พูดถึงตรงนี้ เจ้าของร้านก็เปลี่ยนสีหน้า “หรือว่าเขาสับเปลี่ยนขโมยม้าของคุณชาย?”
“ม้ารึ? เหอะ!”
เฟิ่งจิ่วยิ้มเยือกเย็น “ม้าของข้าเป็นสัตว์วิญญาณ ไม่ใช่ม้าธรรมดา”
พอตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา เจ้าของร้านก็รีบร้อนบอกว่า “ขออภัยจริงๆ ขอรับ คุณชายเข้ามาพักที่นี่ไม่ควรเกิดเรื่องเช่นนี้ เป็นความผิดพลาดในการจัดการของพวกเรา คุณชายรออีกสักครู่ ข้าจะรีบให้คนไปตามหาที่บ้านเสี่ยวเอ้อร์คนนั้นเดี๋ยวนี้ เขาเพิ่งลาออกไปเมื่อเช้า ตอนนี้คงยังอยู่ที่บ้าน”
เห็นว่าเจ้าของร้านไม่รู้เรื่องรู้ราว สีหน้าเธอถึงจะใจเย็นลง บอกว่า “ให้คนพาข้าไปเถอะ!”
เจ้าของร้านเร่งรีบขานรับ กำชับคนให้คอยดูแลโรงเตี๊ยม ส่วนเขาก็พาเฟิ่งจิ่วไปที่บ้านเสี่ยวเอ้อร์คนนั้นด้วยตัวเอง แต่ว่า บนถนนใหญ่พวกเขาเห็นเสี่ยวเอ้อร์ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มกำลังเดินเลี้ยวเข้าไปในตรอก
“เป็นเขา! เขาอยู่ตรงนั้น!” เจ้าของร้านชี้ เพิ่งพูดจบ ก็เห็นเงาร่างสีแดงข้างกายแวบไปทางด้านหน้า เห็นเช่นนี้ เขาจึงรีบร้อนตามไป
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เมื่อฮุยหลางกับอิ่งอีเห็