เฟิ่งจิ่วตรงๆ อยากมองเขาให้ออก แต่พบว่ายังมองวรยุทธ์ที่แท้จริงของอีกฝ่ายไม่ออกอยู่ดี สิ่งที่พวกเขารู้ได้ก็แค่วรยุทธ์ที่แสดงออกมาอย่างเต็มใจให้เห็นเท่านั้น
เวลานี้เห็นกลิ่นอายชั่วร้ายอันตรายบนร่างเฟิ่งจิ่ว ถึงจะรับรู้เอาทีหลังว่าหนุ่มน้อยนี่ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด!
“เจ้าต้องการอะไร?” เวลานี้ผู้ฝึกตนแซ่หลี่หมดสิ้นซึ่งความร้ายกาจ บนใบหน้ามีเพียงความระแวดระวัง
ได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาเฟิ่งจิ่วหรี่ลง ยิ้มอย่างมีเจตนาร้าย “แน่นอนว่าต้องปล้นน่ะสิ! รีบส่งของมีค่ามาซะ มิเช่นนั้น จะให้ฆ่าก่อนปล้นทีหลังข้าก็ไม่ถือ อันที่จริงคนตายไป สิ่งของก็ไม่มีเจ้าของอยู่แล้ว”
พวกเขาได้ยินก็มุมปากกระตุก คำพูดนี้แรกเริ่มพวกเขาเป็นคนกล่าว ตอนนี้กลับเปล่งออกมาจากปากของหนุ่มน้อย โชคจะไม่เข้าข้างกันเร็วเกินไปแล้ว
“ศิษย์พี่หลี่ พวกเราร่วมมือกันก็ยังไม่ชนะเลยรึ?” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกดเสียงถามอย่างไม่ยอมแพ้ สายตาจับจ้องเด็กหนุ่มใบหน้ายียวนตรงหน้า
“กำลังของอีกฝ่ายลึกล้ำเกินคาดเดา ลำพังแค่ความเร็วที่เขาบีบคอเฉินเสวียไห่ด้วยมือเดียว ข้ากับเจ้าก็เทียบไม่ได้แน่ หากสู้กันเกรงว่าถึงเวลานั้นคงไม่เหลือแม้แต่ชีวิต”
ชายแซ่หลี่ขมวดคิ้ว จ้องมองเฟิ่งจิ่ว เอ่ยเสียงทุ้มหนักว่า “น้องชายท่านนี้ ข้าจะยอมส่งทรัพย์สินเราที่ได้มาตลอดทางให้ แต่หวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูด พอเก็บของไปแล้วจะไม่มายุ่งกับพวกเราอีก”
“งั้นต้องลองดูว่าของที่พวกเจ้าให้มาจะมี