ความจริงใจสักแค่ไหน”
ได้ยินเช่นนี้ ชายแซ่หลี่กัดฟันกรอด บอกกับหลายคนข้างกายว่า “หยิบของออกมาให้หมด!” ระหว่างพูดตัวเองก็หยิบขนสัตว์ร้ายที่ทั้งฆ่าทั้งล่ามาตลอดทางกับเขาสัตว์ที่ใช้การได้ออกมาวางบนพื้นเสียก่อน
คนอื่นด้านหลังเห็นแล้ว แม้จะไม่ยินยอมก็ไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงล้วงของออกมา…วางลงบนพื้นทีละชิ้น
หลังจากเจ้าอ้วนข้างๆ จ้องมองข้าวของบนพื้นสักพัก ก็ตะโกนว่า “คนแซ่หลี่ยังไม่หยิบผลึกอสูรออกมาเลย! สิ่งนั้นสิถึงจะล้ำค่า!”
ชายแซ่หลี่ได้ยินถึงตรงนี้ สีหน้าก็ทะมึน ถลึงมองเจ้าอ้วนด้วยนัยน์ตาดุร้าย สุดท้ายภายใต้แววตาที่เหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้มของเฟิ่งจิ่ว ก็หยิบผลึกอสูรสองก้อนออกมาวางไว้ด้วยกันบนพื้นอย่างเจ็บใจ
“ของทั้งหมดอยู่นี่แล้ว”
เห็นเช่นนี้เฟิ่งจิ่วถึงจะพยักหน้า “อืม พวกเจ้าไปได้!”
พวกเขามองกองข้าวของบนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะฝืนเบนสายตาไปอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งพวกเขาจากไป เจ้าอ้วนมองสมบัติบนพื้นแล้วมองไปทางเฟิ่งจิ่วด้วยใบหน้าที่มีความซาบซึ้งใจเอ่อล้น “เสี่ยวจิ่ว เจ้า…” เพิ่งจะพูดไปก็ถูกขัดจังหวะ
“ฮู่! ข้าตกใจแทบตาย”
สองขาเฟิ่งจิ่วอ่อนยวบ ทรุดนั่งลงบนพื้นพร้อมตบๆ หน้าอกทันใด ท่าทางตื่นตกใจเกินเหตุ
………………………………………………….