์อะไรเล่า? ยังมีอีก ค่าประสบการณ์ไม่สามารถขโมยกันได้ ที่ขโมยได้ก็แค่พวกข้าวของมีราคาบนร่างสัตว์ร้ายที่ถูกฆ่า”
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วถามอีกว่า “สัตว์ร้ายระดับห้าขึ้นไปกับผู้ฝึกวิชามารระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณได้ค่าประสบการณ์เท่าไหร่?”
“หนึ่งร้อยแต้ม แต่ข้าจะบอกเจ้าให้ ถ้าเจอต้องรีบหนีให้ไว อย่าสู้กันตัวต่อตัว เจ้าดูสิ ผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์พลังวิญญาณขั้นสูงสุดเช่นพวกข้าสองคนยังถูกข่มเสียจนขวัญกระเจิงเพียงนี้ ก็รู้แล้วว่าที่นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ” หนุ่มอ้วนพูด ก่อนจะหยิบป้ายหยกสีขาวจากในแขนเสื้อยื่นให้เฟิ่งจิ่ว
“อันนี้ข้าให้เจ้า! ข้าขอท่านอาจารย์ตั้งนานกว่าจะได้มาติดตัวเพิ่มอีกชิ้น เผื่อกรณีทำหายจะได้ใช้”
เฟิ่งจิ่วรับป้ายหยกสีขาวนั้นไว้ เผยรอยยิ้มออกมา “ขอบคุณท่านมาก ข้ายังไม่ได้ถามเลย พี่ชายทั้งสองมีนามว่าอะไร?”
“หึๆ คุยกันมาเสียนานยังไม่แนะนำตัว ข้าชื่อไช่หย่ง ฉายาเจ้าอ้วน เรียกข้าว่าเจ้าอ้วนก็ได้” เจ้าอ้วนพูดพลางหยีตายิ้ม
“ข้าแซ่เฉิน ชื่อเสวียไห่ เป็นพี่น้องร่วมอาจารย์กับเจ้าอ้วน” ชายหนุ่มร่างผอมบอกบ้าง
“ข้ารึ แหะๆ” เธอยิ้มตาหยี มองทั้งสองแวบหนึ่งและกล่าวว่า “ข้าชื่อเฟิ่งจิ่ว พวกท่านเรียกข้าเสี่ยวจิ่วก็พอ”
“เหอะๆ มองไม่ออกเลยว่าพวกเจ้าว่างนัก! นึกไม่ถึงว่าจะยังมาคุยเล่นกันตรงนี้อีก?”
น้ำเสียงน่ากลัวดังเข้ามา เจ้าอ้วนกับเฉินเสวียไห่ตกใจเสียจนลุกพรวด “คนแซ่หลี่! เจ้าอีกแล้ว!” บนใบห