ทำใจเย็น
“ฮ่าๆๆ!”
พวกนั้นแหงนหน้าหัวเราะลั่น สตรีในกลุ่มนั้นที่รูปร่างมีน้ำมีนวลเหลือบมองพวกเขาอย่างเหยียดหยาม บอกว่า “ฆ่าพวกเจ้าซะ ของในตัวก็จะเป็นของพวกข้า หนำซ้ำคนตายต่างหากถึงจะพูดไม่ได้”
“ใช่ ไม่ผิดๆ” ชายที่เป็นหัวหน้ายื่นมือโอบหญิงผู้นั้นไว้ในอ้อมแขน พลางมองทั้งสองที่สีหน้าดูไม่ได้ แววตาดุร้ายฉายประกายหม่นวาบผ่าน เอ่ยว่า “แต่ว่าข้ามีทางรอดหนึ่งให้พวกเจ้า”
น้ำเสียงเขาชะงักไป เมื่อเห็นสองคนนั้นมองมาด้วยแววตามีความหวัง เขาก็ยิ้มชั่วร้าย “ขอแค่พวกเจ้าฆ่าอีกฝ่ายตายเสีย เช่นนั้นคนที่ยังมีชีวิตอยู่ข้าจะปล่อยไป หนำซ้ำจะไม่ไล่ตามฆ่าอีก พวกเจ้าคิดเช่นไร?”
เมื่อเฟิ่งจิ่วข้างๆ ได้ยินคำพูดนี้ก็เลิกคิ้วเบาๆ สายตากวาดมองแววตาชั่วร้ายนั้นแวบหนึ่ง แล้วมองไปทางเจ้าอ้วนกับเฉินเสวียไห่ อยากรู้เหมือนกันว่าในสถานการณ์เช่นนี้ทั้งสองจะเลือกอย่างไร
“เจ้าอย่าคิดทำพวกเราแตกแยกกัน! พวกเราไม่ทำตามที่เจ้าหวังหรอก!” เจ้าอ้วนตะโกนลั่นอย่างขุ่นเคือง กำหมัดแน่นพลางดึงกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างขึ้นมา แม้รู้ดีว่าไม่อาจชนะก็จะสู้ยิบตา!
ทว่า เมื่อนึกว่าข้างๆ ด้านหลังยังมีเด็กหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันอีก ตอนนี้จึงหันข้างเล็กน้อย กดเสียงเอ่ยว่า “เสี่ยวจิ่ว เจ้ารีบหนีไปซะเถอะ!”
แต่คำพูดของบุรุษชั่วช้าผู้นั้นกลับทำให้จิตใจเฉินเสวียไห่หวั่นไหว อาจเพราะรู้ว่าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นมือเขาจึงจับข้างเอว ในใจกำลังขัดแย