งไว้หอสายลมหนาวยังไม่ได้สังเกตการณ์ ครั้งนี้เจ้าไม่เหมือนกัน ตั้งใจสังเกตการณ์ดีๆ ล่ะ ทีหลังจะได้ไม่ถามคำถามเช่นนั้นออกมาอีก”
เช่นนี้เอง ฮุยหลางเพิ่งกลับมาไม่ถึงสองวัน อิ่งอีก็ถูกส่งไปหอสายลมหนาวเสียแล้ว…
แต่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเฟิ่งจิ่วในเรือนเลย เพราะตอนนี้เธอ…กำลังเตรียมจะหนีไปด้านบน
วันต่อมาตอนเที่ยงวัน ฮุยหลางมายังเรือนเฟิ่งจิ่ว ก้าวไปเคาะประตู “ภูตหมอ”
เฟิ่งจิ่วในห้องเปิดประตูเดินออกมา เห็นเป็นฮุยหลางจึงแปลกใจเล็กน้อย ถามว่า “มีธุระอะไร?” ฮุยหลางคนนี้นึกไม่ถึงว่าจะยังกล้ามาหา? ไม่กลัวเธอฝังเข็มเขาอีกรึ?
“นายท่านให้เจ้าเข้าไปกินข้าวด้วยกัน” เขามองใบหน้าตรงหน้าที่ออกสีเขียวอมดำ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมนายท่านถึงอยากเรียกคนผู้นี้เข้าไปกินข้าวเป็นเพื่อนด้วย?
ได้ยินคำพูดนี้ เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มกระอักกระอ่วน “ไม่ต้องๆ เจ้าบอกเขาไปว่าข้ากินแล้ว” เอ่ยจบก็ถอยกลับไปทันที ก่อนจะปิดประตูห้องลง
เห็นเช่นนี้ฮุยหลางขมวดคิ้ว กลับไม่กล้าบังคับพาคนไป ด้วยเหตุนี้จึงกลับไปรายงานกับนายท่าน
ทว่าในเรือนหลัก หลังจากฟังฮุยหลางรายงานจบ สีหน้าเจ้าตำหนักยมราชก็ขรึมลงน้อยๆ ผู้หญิงคนนี้กำลังหลบหน้าเขา!
เห็นนายท่านสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ฮุยหลางไม่กล้าปริปาก ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ อย่างคร่ำเคร่ง
และเวลานี้เอง ผู้ฝึกตนชุดดำนายหนึ่งเดินจ้ำอ้าวเข้ามาจากด้านนอก คุกเข่าข้างหนึ่งลงคำนับ “ข้าน้อยคารวะนายท่าน!”
เจ้าตำหนักยม