าวออกไปก็ได้ยินเสียงเจ้านายดังมา
“หากหาตัวพบ อย่าใช้กำลังจับ ไม่ให้เขาบาดเจ็บ”
ได้ยินเช่นนี้ ฮุยหลางกระตุกมุมปาก เร่งรีบก้มหน้าลงตอบรับว่า “ขอรับ!” จากนั้นเร่งฝีเท้าจากไป
เจ้าตำหนักยมราชสาวเท้าเดิน ไม่ได้กลับเรือนหลัก กลับไปยังเรือนที่พำนักของเฟิ่งจิ่ว หลินเหล่าที่ตามอยู่ด้านหลังเห็นแล้วอ้าปากค้าง จำใจถอยไปเงียบๆ
ครั้นผลักประตูออก เห็นห้องที่ว่างเปล่า แววตาเจ้าตำหนักยมราชหนักอึ้งเล็กน้อย ในอากาศคล้ายยังมีกลิ่นหอมของยากระจายอยู่ไม่จางหาย เขาสาวก้าวเดินไปรอบๆ ห้อง มาถึงมุมห้องด้านใน และสะดุดเข้ากับกระดาษที่ถูกทับไว้ใต้หมอนเผยให้เห็นเพียงมุมแผ่น จึงก้าวเข้าไปดึงออกมา
เมื่อสายตาตกบนกระดาษ มุมปากยกขึ้นอย่างอดไม่ได้ ใบหน้างดงามองอาจมีความอ่อนโยนที่เห็นได้ยากปรากฏ
“ช่างเป็นสตรีที่กล้าคิดลามกแต่ไม่กล้าทำ”
บนกระดาษวาดรูปสองคนไว้แจ่มชัด นางที่แต่งกายเยี่ยงบุรุษ นิ้วชี้เชยคางเขาที่เปลือยกายขึ้น อีกมือหนึ่งแตะบนกล้ามหน้าท้องเขา สายตากลับมองมายังนอกกระดาษ แฝงนัยยั่วยุอย่างเหลือล้น
สายตาจับจ้องอักษรที่มีลูกศรชี้อยู่เหนือศีรษะสองคนตัวเล็กในรูป อดไม่ได้พึมพำเบาๆ “เจ้าตำหนักยมราชฝ่ายรับ? ภูตหมอฝ่ายรุก?
ผู้หญิงคนนี้กวนประสาทเสียจริง”
เขาตำหนิยิ้มๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำฮึกเหิม ในใจกลับหวังว่าจะพบนางได้ในเร็ววัน ความรู้สึกที่เรียกว่าคิดถึงผุดขึ้นในใจอย่างไม่อาจหักห้าม จิตใจว้าวุ่นอย่างไม่อาจถอนตัว…
ทว่าในใจ