กลับมีความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นมา เขาคิดว่านางหนีไปรอบนี้ เดาว่าคนที่ตนส่งไปก็คงไล่ตามไม่ทัน ถึงอย่างไรสาวน้อยผู้นั้นก็เจ้าเล่ห์ราวจิ้งจอก เล่ห์เหลี่ยมพิลึกพิลั่น หากปล่อยนางหนีไป เกรงว่าจะตามกลับมาอีกก็ยากแล้ว
ถึงเวลานี้เขาเพิ่งนึกออก นอกจากรู้ว่านางเป็นภูตหมอ นึกไม่ถึงว่าแม้แต่ชื่อแซ่ว่าอะไรก็ยังไม่รู้ หากพวกฮุยหลางตามตัวกลับมาไม่ได้ วันหลังอยากจะตามหาอีกก็เกรงว่าจะยิ่งยากขึ้น…
ไม่เป็นไปตามที่เจ้าตำหนักยมราชคาดหวังไว้ เมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึง ฮุยหลางพาคนกลับมา ฝืนใจรายงานว่า “นายท่าน ข้าน้อยตามหาตลอดทั้งคืน ยังไม่พบเบาะแสภูตหมอเลย เกรงว่า…จะหนีไปแล้วขอรับ”
แววตาเจ้าตำหนักยมราชขรึมลงเล็กน้อย คำตอบนี้อยู่ในการคาดเดา
“ให้คนของตำหนักยมราชคอยสังเกตการณ์ข่าวคราวด้านนอกเสียหน่อย หากได้ยินเรื่องเกี่ยวกับภูตหมอให้รีบกลับมารายงาน”
“ขอรับ!” ฮุยหลางขานรับด้วยความเคารพ ก่อนจะลงไปสั่งการ
เจ้าตำหนักยมราชยืนเอามือไพล่หลังอยู่ในสวน มองไปบนท้องฟ้า มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย พึมพำว่า “พวกเราต้องได้พบกันอีกแน่นอน”
และตอนนี้เอง เฟิ่งจิ่วที่ให้คนของตำหนักยมราชตามหาทั้งคืนแต่ไร้ผลกำลังเดินขึ้นเนินเขาทั้งใบหน้ามอมแมมคลุกฝุ่น เดินไปพลางมองป่าไม้ด้านหน้า หัวเราะร่าด้วยความตื่นเต้น “ฮ่าๆๆ! ในที่สุดเราก็ปีนออกมาได้!”
“อ๊ะ!”
เพิ่งสิ้นเสียงหัวเราะก็ก้าวเท้าเสียหลัก ตัวกลิ้งลงไปทันที
………………………………………………….