่อมเสียไม่ได้หรอก”
ด้านนอกประตู อิ่งอีที่ฟังคำพูดนั้นพยักหน้าทั้งน้ำตาคลอ ในใจแอบคิดว่า ‘ก็ใช่ นายท่าน ต่อให้ท่านชอบผู้ชายด้วยกันก็ไม่อาจเลือกเจ้าเด็กนี่ได้! เขามีอะไรดีตรงไหนกัน? นอกจากความปลิ้นปล้อนพิลึกพิลั่นใบหน้ายังเสียโฉม ถ้าถูกใจเขาจริงๆ ไม่ใช่ท่านหรอกที่ทำเขาเสียหาย แต่เป็นเขาที่ทำท่านเสื่อมเสีย!’
ทว่าหน้าผากนายท่านเหยียนที่ได้ยินคำพูดเฟิ่งจิ่วกลับมีเส้นเลือดสีดำผุดขึ้น
ชอบผู้ชายรึ? ใครบอกว่าเขาชอบผู้ชาย? ผู้หญิงคนนี้ทั้งวันทั้งคืนเอาแต่คิดอะไรเลอะเทอะเช่นนี้รึ?
เห็นสีหน้าตั้งรับและตกใจกลัวของนาง หัวใจที่เดิมยังสั่นไหวเล็กน้อยก็ค่อยๆ สงบลง สีหน้าผ่อนคลาย มองสาวน้อยท่าทางยียวนกวนประสาท น้ำเสียงเย็นชามีการกัดฟันกรอดอยู่บางส่วน
“เจ้าคิดมากไปแล้ว ข้าไม่มีนิสัยแย่ๆ แบบนั้น”
คำพูดนี้ที่กล่าวมา เฟิ่งจิ่วจะเชื่อรึ? แน่นอนว่าคำตอบคือไม่!
ดังนั้น เธอจึงขยับตัวออกไป พลางยิ้มหน้าเหยเก “ที่จริงข้าคิดว่าท่านคงไม่มีนิสัยแย่ๆ อะไรหรอก อิ่งอีก็บอกอยู่ ท่านเป็นบุรุษที่ไม่ได้มีดีแค่ภายนอกแน่นอน ไม่งั้นคงไม่พาสาวงามเข้ามาให้ท่านทีเดียวสองนางหรอก ใช่ไหมล่ะ?”
ฟังคำพูดนี้ อิ่งอีหน้าประตูก็น้ำตานองหน้า ‘ข้าว่าพ่อทูนหัวพูดอะไรอย่าถือโอกาสเอี่ยวข้าไปด้วยได้หรือไม่เล่า?’
นายท่านเหยียนนั่งนิ่งไม่ไหวติง นิ้วมือเคาะโต๊ะเบาๆ เป็นระยะๆ เห็นว่าหลังจากสาวน้อยขยับก้าวเล็กถึงบริเวณประตู ก็สับขาวิ่งออกไป
“เวลา