ก็มืดค่ำแล้ว ข้าจะไม่รบกวนนายท่านเหยียนพักผ่อน”
พอพูดออกมา คนก็หายไปไร้ร่องรอย
“อิ่งอี”
ได้ยินนายท่านในห้องกำลังเรียกเขา อิ่งอีจึงเดินเข้ามาทั้งหนังศีรษะหนักอึ้ง “นาย นายท่าน”
“เจ้าบอกนาง ว่าข้าให้พาหญิงสาวสองคนนั้นเข้ามาปรนนิบัติรึ?” สายตาเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้มจับจ้องบนร่างอิ่งอี มองเสียจนเขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาเลย
“ข้าน้อย ข้าน้อยพบภูตหมอที่ข้างๆ ศาลา เขาเอ่ยถาม ข้าน้อยจึง จึง…” หยาดเหงื่อเม็ดใหญ่เท่าลูกปัดไหลออกจากหน้าผาก คำพูดล้วนยากจะบอก
“เจ้าอาจจะอยากไปอยู่หอสายลมหนาวสักสองสามวันกระมัง?”
ได้ยินเช่นนี้ อิ่งอีสีหน้าขาวซีด คุกเข่าลงไปดังตุบ “ขออภัยนายท่าน ข้าน้อย ข้าน้อยจะไม่มีครั้งต่อไปแน่นอนขอรับ!”
“ออกไปซะ! หากมีครั้งหน้า ข้าจะไม่ปรานีเจ้า!” เขาโบกมือให้สัญญาณเขาถอยไป
หลังจากรอเขาถอยไป นึกถึงท่าทางผู้หญิงคนนั้นที่หลบเลี่ยงเขาราวกับงูพิษ ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น ลูบๆ คางตัวเอง แอบคิดว่า ‘หรือว่าท่าทีข้ายังไม่เข้าตานาง?’
คงเป็นไปไม่ได้ เขามั่นใจในรูปลักษณ์ตัวเองยิ่งนัก แต่ว่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมสาวน้อยคนนั้นกลับไม่อ้าแขนรับไว้?
หรือว่า เขาต้องเรียนรู้จากผู้หญิงพวกนั้น แล้วลองใช้แผนหนุ่มรูปงาม?
………………………………