ปลาบปลื้ม
นายท่านเหยียนคืนสติ เมื่อเห็นหญิงสาวนั้นสวมชุดกระโปรงสีแดง คิ้วก็ขมวดขึ้นมา กล่าวอย่างไม่ชอบใจ “ใครอนุญาตให้เจ้าสวมชุดสีแดง?”
แรงกดดันบนร่างและท่าทางของผู้เหนือกว่าปลดปล่อยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ หญิงสาวทั้งสองตกใจเสียจนสองขาอ่อนระทวยทรุดลงไป
“ขอ ขออภัยนายท่านเจ้าค่ะ”
และตอนนี้ เฟิ่งจิ่วที่มาถึงบนหลังคาเก็บซ่อนกลิ่นอาย เปิดกระเบื้องแผ่นหนึ่งออกมองไปด้านในอย่างเงียบๆ เห็นหญิงสาวทั้งสองคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องหน้านายท่านเหยียน
ในใจเธอแอบคิด ‘ช่างไม่รู้จักอ่อนโยนกับสตรีเลยจริงๆ’
“ลุกขึ้นมา เช็ดผมให้แห้งซะ” สีหน้าอึมครึม พยายามเก็บแรงกดดันบนร่างไว้
“เจ้าค่ะๆ” หญิงสาวที่สวมชุดแดงรีบร้อนขานรับ ลุกขึ้นมาตรงฉากกั้นหยิบผ้าขนหนูไปด้านหน้า ช่วยเขาเช็ดหยดน้ำบนปลายผมให้แห้งอย่างระมัดระวัง
นายท่านเหยียนจ้องหญิงสาวงดงามที่ยืนก้มหน้าน้อยๆ อยู่ตรงหน้า คิ้วขมวดเบาๆ เอ่ยว่า “เจ้า เข้ามาสิ”
“เจ้าค่ะ”
หญิงสาวผู้นั้นขานรับ เงยหน้าขึ้นมองนายท่านเหยียนด้วยความเขินอายปนขลาดกลัว เคลื่อนฝีเท้าก้าวบัวงามมาเบื้องหน้าเขาเบาๆ
นายท่านเหยียนจ้องมองเอวบางตรงหน้า ก่อนจะยกแขนขึ้นเข้าไปโอบ แต่พอเข้ามาสู่อ้อมแขน กลับรู้สึกไม่ถูกต้อง ชัดเจนว่าเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เอวก็เหมือนๆ กัน ทำไมเมื่อเขาโอบไว้ถึงรู้สึกแตกต่าง?
หญิงสาวผู้นั้นเห็นนายท่านเหยียนโอบเอวบ้างแน่นบ้างคลาย ก็ระรื่นใจชั่วขณะ ร่างกายแอบอิงเข้าหา