นเหยียน ท่าน…”
“หุบปาก!”
เขาตะคอกเสียงเข้ม อุ้มเธอเดินไปข้างโต๊ะ เห็นหญิงสาวสองนางยังคุกเข้าอยู่ตรงนั้น อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น “อิ่งอี ส่งพวกนางกลับไปซะ!”
“นายท่าน…”
“อย่านะ!”
เฟิ่งจิ่วตะโกน มองนายท่านเหยียนที่อุ้มเธอไว้ไม่ปล่อย บอกว่า “พวกนางมาปรนนิบัติท่านไม่ใช่รึ? ทำไมถึงไล่ไปเสียเล่า? ท่านดูสาวงามสองนางนี้สิ ท่าทางอ้อนแอ้นอรชร หน้าตางดงาม ซ้ำรูปร่างยังน่าเย้ายวนถึงเพียงนี้ ส่งกลับไปก็น่าเสียดายแย่!”
อิ่งอีมองเฟิ่งจิ่วอย่างยากจะเห็นด้วย คิดว่าคำพูดนี้ช่างกล่าวตรงกับความในใจเขา
ไม่ง่ายเลยที่นายท่านจะเอ่ยปากให้ส่งหญิงงามทั้งสองเข้ามาปรนนิบัติ ตอนนี้กลับต้องส่งกลับไป ไม่ใช่ว่าเขาวุ่นวายไปสูญเปล่ารึ?
เขายุ่งวุ่นวายไปเปล่าๆ ยังไม่เท่าไหร่ แต่ปัญหาก็คือ หากทางที่นายท่านเลือกถูกพาให้โอนเอียงไปจริงๆ นั่นจะดีได้อย่างไรเล่า?
“ปรนนิบัติ?”
นายท่านเหยียนมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง “ใครบอกเจ้าว่าพวกนางมาปรนนิบัติข้า?”
“อิ่งอีไง!” เธอพูดโดยไม่แม้แต่จะคิด
ได้ยินเช่นนี้ นายท่านเหยียนก็กวาดมองอิ่งอีอย่างเย็นชา จากนั้น ค่อยก้มหน้ามองสาวน้อยที่อุ้มไว้ ถามว่า “ดังนั้น เจ้าถึงแอบปีนไปบนหลังคา?”
“แหะๆ ไม่ใช่เพราะข้าไม่เคยเห็นหนึ่งมังกรสองหงส์งามนัวเนียกันหรอกนะ…” พอพูดออกไปถึงรู้ตัวว่าไม่ถูกต้องนัก จึงรีบร้อนปิดปากไว้
อิ่งอีข้างๆ ไม่อาจทนมองต่อ ยังหยัดอยู่กับความเป็นไปได้ที่ถูกปัดลอยลิ่วไป เอ่ยปากแนะนำว่า