นำซ้ำพอเห็นเขาตกลงมา นึกไม่ถึงว่าวินาทีแรกนายท่านก็เข้าไปรับ ราวกับกลัวเขาบาดเจ็บ ท่าทีกังวลใจเพียงชั่วครู่ อิ่งอีมองเสียจนสีหน้าซีดขาว
แย่ล่ะ! นายท่านถูกใจเจ้าเด็กนี่แล้วจริงๆ!
นายท่านเหยียนอุ้มคนในอ้อมแขนไว้ สีหน้าหมองหม่น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “ปีนขึ้นไปทำอะไรบนหลังคา? หากไม่ระวังเจ้าอาจถูกฆ่าเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นนักฆ่าได้ ไม่รู้บ้างรึ?”
แย่จริงๆ เลย! ผู้หญิงคนนี้ทำไมถึงน่าเป็นกังวลเพียงนี้?
หากเมื่อครู่ไม่ใช่เพราะเขาเห็นชัดว่าเป็นนางถึงไม่โจมตีอีก มิเช่นนั้น เวลานี้ชีวิตนางคงไม่รอดแล้ว!
“เหอะๆๆ ข้าแค่ปีนหลังคาขึ้นไป ไป… ชมจันทร์! ใช่แล้ว ชมพระจันทร์!”
เธอยิ้มหน้าเหยเก เห็นตัวเองถูกเขาอุ้มไว้ในอ้อมกอด จึงเร่งรีบบอกว่า “นายท่านเหยียน ท่านวางข้าลงได้แล้วล่ะ”
ทว่าตอนนี้ สายตานายท่านเหยียนกลับจับจ้องบนแขนเฟิ่งจิ่ว ชุดแดงถูกครูดขาด แขนขาวเนียนโดนบาดเป็นรอยเลือด
เห็นสายตาเขาจ้องมองตรงแขน เฟิ่งจิ่วมองไป พอเห็นก็พูดยิ้มๆ “คงโดนกระเบื้องบาดเข้าตอนที่ตกลงมา ไม่เป็นอะไรหรอก ข้ากลับไปพันแผลเสียหน่อยก็พอ”
พูดจบ เธอก็ดิ้นรนอยากจะลงจากอ้อมแขนเขา แต่ใครจะรู้ว่าเขากลับกอดเธอไว้ไม่ปล่อย ซ้ำยังใช้แววตาดุดันที่แฝงไปด้วยความโกรธเคืองมองมาเหมือนข่มขู่ ทำให้ตัวเธอแข็งทื่อไม่กล้าขยับ
คนคนนี้เป็นอะไรกันแน่? มีสาวงามหยาดเยิ้มอยู่สองคนกลับไม่สนใจ ทำไมต้องมากอด ‘ผู้ชาย’ อย่างเธอไว้ไม่วางมือ?
“นายท่า