มหญิงงามสองคนจากหอนารีวิไลส่งเข้ามาคืนนี้” เขาโน้มตัวไปข้างหน้าพลางพูดยิ้มๆ สีหน้าดีอกดีใจ
“ผู้ ผู้หญิงรึ?” ฮุยหลางมองเขาอย่างตกตะลึง “นายท่านให้เจ้าจัดเตรียมผู้หญิงสองคนเข้าไปปรนนิบัติ? ข้าไม่ได้ฟังผิดใช่หรือไม่?”
“จริงๆ นะ ข้าว่านายท่านจะได้เปิดหูเปิดตาแล้วล่ะ”
ฮุยหลางสีหน้าไม่เชื่อ ถามว่า “หลายวันนี้ที่ข้าไม่อยู่ มีเรื่องอะไรพิเศษเกิดขึ้นรึ? นายท่าน ได้แรงกระตุ้นอะไรมา…ใช่หรือไม่?”
ต้องรู้ไว้ ปกตินายท่านพวกเขาแค่ผู้หญิงเข้าใกล้ยังรับไม่ได้เลย จะให้อิ่งอีจัดเตรียมผู้หญิงสองคนเข้าไปได้เช่นไร? หรือว่าโรคเกลียดผู้หญิงของเขาดีขึ้นแล้ว?
“เรื่องนี้กลับไปค่อยว่ากัน ข้าต้องไปสั่งการทางหอนารีวิไลนั่นเสียก่อน” เขาตบๆ บ่าฮุยหลาง ก้าวยาวเดินไปยังหอนารีวิไล
ในสายตาเขา การเลือกหญิงงามสองคนมาปรนนิบัตินายท่านคืนนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ จะสะเพร่าไม่ได้
ตอนกลางคืน หลังเฟิ่งจิ่วทานข้าวก็ออกมาเดินเล่นย่อยอาหาร เมื่อมาถึงบริเวณศาลา เห็นอิ่งอีพาผู้หญิงหน้าตาสะสวยรูปร่างชวนมองสองคนเดินมาทางภูเขาจำลอง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นชั่วขณะ จึงตะโกนไป
“อิ่งอี”
อิ่งอีได้ยินเสียงก็มองไป เห็นเด็กหนุ่มที่สวมชุดแดง จึงฉีกยิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ที่แท้ก็เป็นภูตหมอ! ช่างบังเอิญนัก”
เฟิ่งจิ่วเดินเข้าไป สายตามองๆ บนร่างหญิงสาวงามเลิศทั้งสองด้านหลังเขา ถามว่า “ไยจึงมีสองสาวงามเพริศพริ้งเช่นนี้อยู่ด้วยเล่า? คงไม่ใช่สาวงามในหอ