นารีวิไลกระมัง?”
ตามที่เธอรู้ ในตำหนักยมราชมีแค่หอนารีวิไลที่มีสาวงาม สถานที่อื่นๆ ต่อให้เป็นที่พำนักเรือนหลักนายท่านเหยียน ล้วนมีแต่เงาพวกทหารอารักขาคอยปรนนิบัติ น้อยนักที่จะเห็นหญิงสาวเช่นนี้เดินไปมา
“แหะๆ ช่างสมเป็นภูตหมอจริงๆ แค่เดาก็ถูกแล้ว”
อิ่งอีเหมือนจงใจพูดให้ชัดเจน หลังมองหญิงสาวรูปโฉมงดงามทั้งสองนางด้านหลังแวบหนึ่ง ก็พูดกับเฟิ่งจิ่วว่า “พวกนางสองคนเป็นสาวงามหอนารีวิไลที่มาใหม่ นายท่านสั่งให้ข้าพาเข้าไปปรนนิบัติ”
“ปรน ปรนนิบัติรึ?”
เฟิ่งจิ่วเบิกตาโตด้วยความตื่นตะลึง กล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ “ทีเดียวสองคนเลย? นายท่านเจ้าจะกินหมดรึ?”
ได้ยินคำพูดนี้ อิ่งอีก็ไม่ชอบใจ สีหน้าหมองลง “กินหมดไม่หมดอะไร? นายท่านข้าร่างกายแข็งแรงกำยำ หรือเจ้าคิดว่าเขาเป็นชายที่งามเพียงรูปแต่ไร้น้ำยารึ?”
ได้ยินเช่นนี้ มุมปากเฟิ่งจิ่วก็กระตุกสักพัก พูดไม่ออกชั่วขณะ
“ข้าไม่รบกวนการเดินเล่นของภูตหมอแล้ว” อิ่งอีกล่าวจบ ก็พาคนไปยังเรือนหลัก
เห็นเช่นนี้ ดวงตาเฟิ่งจิ่วเป็นประกายน้อยๆ มุมปากยกขึ้นยิ้มชั่วร้ายออกมา ก่อนจะตามไปทันที
หนึ่งมังกรเล่นกับสองหงส์งาม เธอจะไม่ไปชมเสียหน่อยได้อย่างไรเล่า?
……………………………