ง?”
“หึ!”
อิ่งอีหลุดหัวเราะ พยักหน้าบอกว่า “ยังไม่เคยเห็นใครแม้แต่นอนยังตกเตียงเลยจริงๆ เจ้าหลับลึกแค่ไหนกันแน่เนี่ย?”
เฟิ่งจิ่วไม่สนใจเขา แต่คลำยาทาบนใบหน้า มันแห้งหมดแล้ว จึงพูดทันทีว่า “ข้าไปก่อนนะ” ไม่รอให้เขาพูดอะไรอีก ก็เร่งฝีเท้าเดินออกไป
เมื่อมาถึงนอกเรือน เห็นนายท่านเหยียนกำลังทานอาหารเช้า ย่างก้าวที่เดิมทีก้าวออกไปจึงหยุดชะงักลงเพราะเห็นอาหารหรูหราพวกนั้นบนโต๊ะ จึงตะโกนใส่ทหารอารักขาด้านนอก “หยิบชามกับตะเกียบมาให้ข้าสิ!”
จากนั้นค่อยไปด้านหลัง กลั้วคอเสร็จก็มานั่งลงข้างโต๊ะ
“ข้าว่าท่านคงไม่ถือสาที่ข้ากินข้าวด้วยนะ” เธอรับชามกับตะเกียบที่ทหารอารักขายื่นให้ แล้วคีบเกี๊ยวสีเขียวขึ้นมากัดคำหนึ่งอย่างไม่เกรงใจ
ดวงตาเธอเป็นประกาย พูดอย่างไม่ใส่ใจ “หืม! ห่อไส้แกงเนื้อด้วย หอมมากเลย!”
เห็นท่าทางแมวตะกละของนาง คล้ายเห็นของที่ไม่เคยกินมาหลายร้อยปี นายท่านเหยียนชะลอความเร็วในการกินลง สั่งว่า “ให้คนยกมาเพิ่มอีกชุดหนึ่ง”
น้ำเสียงเฉยเมยนั้นกลับทำให้อิ่งอีได้ยินแล้วถึงกับเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ เห็นนายท่านไม่รังเกียจที่หนุ่มน้อยแบกใบหน้าที่rอกเต็มไปด้วยยาทามานั่งกินตรงข้ามกัน ซ้ำยังให้เขายกมาอีกชุด ในใจจึงครุ่นคิดขึ้นอย่างอดไม่ได้
นายท่านรังเกียจผู้หญิงนัก กลับดูแลหนุ่มน้อยผู้นี้เป็นพิเศษ คงจะไม่ได้… ชอบผู้ชายด้วยกันจริงๆ กระมัง?
………………………………