ยบร้อยก็หยิบยาทาจากห้วงมิติมาผอกลงบนหน้าชั้นหนึ่ง ช่วงนี้ บนหน้าไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืนล้วนต้องผอกยาไว้ เธอเคยดูแล้ว ว่าแผลเป็นบนหน้าจางลงไม่น้อย เดาว่าผ่านไปอีกสักพักก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง
หลังผอกยาเรียบร้อย ก็ออกจากบ่อน้ำพุร้อนหลังเขาอย่างเงียบเชียบ ไปยังเรือนตัวเอง กลับมาในห้อง ล็อคประตูหน้าหน้าต่างทั้งด้านในด้านนอก ก่อนจะดับไฟมืดสนิทแล้วเข้าไปฝึกฝนกลิ่นอายพลังเร้นลับในห้วงมิติ
ช่วงนี้อยู่ที่นี่ไม่มีโอกาสได้ฝึกวิชาเลย สุดท้าย หากไม่ระมัดระวัง ก็มีความเป็นไปได้ที่สมบัติในห้วงมิติบนตัวกับพลังวิญญาณบนร่างจะถูกพบเข้า
พอเข้าห้วงมิติมา เธอมองหงส์ไฟที่หลับใหล เห็นเขายังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ก็นั่งลงขัดสมาธิท่องคาถารวมพลังเพื่อฝึกตน…
จนกระทั่ง เวลากลางดึก การเคลื่อนไหวด้านนอกทำให้เธอในห้วงมิติตกใจตื่น รีบร้อนแวบตัวออกจากห้วงมิติมาโผล่บนเตียง ก็ได้ยินเสียงประตูห้องถูกผลักออกอย่างกะทันหัน
“ภูตน้อย! รีบ รีบตามข้ามาเร็วเข้า!” หลินเหล่าเข้ามาลากคนไปด้วยท่าทางวิตกกังวล
“หลินเหล่า?”
เฟิ่งจิ่วมองเขาอย่างตื่นตกใจ ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? ดึกดื่นมืดค่ำจะไปไหนขอรับ?”
“นายท่านเหยียนไปขโมยบัวเพลิงแก่นสวรรค์ที่หุบเขาพิษ ได้รับบาดเจ็บ เจ้ารีบตามข้าไปดูหน่อย!” เพราะรู้ว่าทักษะการรักษาเขาไม่ธรรมดา ดังนั้นเมื่อรู้ว่านายท่านได้รับบาดเจ็บ วินาทีแรกเขาจึงรีบมาลากเขาไปด้วยกันก่อน
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วสีหน้าแปลกใจ