ู่ว่า “เจ้าออกไปก่อนเถอะ”
เฟิ่งจิ่วหันไปสำรวจเล็กน้อย กำลังจะมองเข้าไปด้านใน เพื่อลองดูว่าสถานการณ์เป็นเช่นไร ก็ได้ยินเสียงเขาดังมาอีกครั้ง
“อิ่งอี โยนนางออกไปซะ!”
เห็นเช่นนี้ เฟิ่งจิ่งจึงหนีออกไปทันที พลางกระซิบกระซาบด้วยความไม่พอใจ “ไม่ใช่ว่าข้าอยากมาเสียหน่อย ตะโกนอะไรของเขา? ช่างเข้าใจยากจริงๆ!”
หลินเหล่าเร่งรีบเดินไปด้านใน พลางถามว่า “นายท่านบาดเจ็บตรงไหนรึขอรับ?”
“หลังต้นขาถูกงูพิษกัด ข้าช่วยนายท่านจัดการบาดแผล รีดพิษออกมา และให้นายท่านทานยาล้างพิษแล้ว คงไม่มีอะไรร้ายแรง แต่ตรงแขนถูกฟัน เดาว่าสองสามวันนี้คงขยับมากนักไม่ได้”
อิ่งอีพูดจบ ก็มองไปที่นายท่านเหยียน เอ่ยว่า “นายท่าน บาดแผลยังไม่ได้ทายานะขอรับ”
ฟังเช่นนี้ นายท่านเหยียนถึงจะเปิดผ้าห่มออก เผยให้เห็นบาดแผลตรงหลังต้นขาใกล้ๆ บั้นท้าย
เพราะโดนงูพิษกัด อิ่งอีจึงกรีดรูปกากบาทเล็กๆ ไว้ตรงแผล แล้วให้เขาเกร็งกำลังรีดพิษออก เมื่อครู่กำลังจะทายา ก็เห็นพวกเขาพรวดเข้ามา
แต่ว่า เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งนั้น ทำไมนายท่านถึงไล่ภูตหมอออกไปเล่า?
ในใจนึกสงสัย กลับไม่กล้าเอ่ยถาม เขาถอยมาข้างๆ ให้หลินเหล่ารับช่วงต่อ หลังจากทายาก็พันบาดแผล ถึงจะนำกางเกงมาสวม ผูกผ้าคาดเอว แล้วค่อยจัดการบาดแผลตรงแขน
นอกเรือน เฟิ่งจิ่วนั่งมองดาวอยู่ในสวนอย่างเบื่อหน่าย ไม่รู้ว่าตอนนี้เหลิ่งซวงจะเป็นยังไงบ้าง? ไม่มีเบาะแสเธอ กลัวว่าจะกังวลใจแทบตายเลยกระมัง?
นึกถึงตร