พอกยาไว้เต็มไปนอนทั้งแบบนั้น
วันต่อมา เมื่อเฟิ่งจิ่วมายังหอโอสถทั้งใบหน้าที่พอกยาทาไว้ หลินเหล่าเห็นก็อดไม่ได้ที่จะออกมารับหน้าอย่างตกตะลึง “ภูตน้อย บนหน้าเจ้าเปื้อนอะไรรึ? ทำไมไม่ล้างหน้าก่อนค่อยออกมาเล่า?”
“เป็นยาทาขอรับ ล้างไม่ได้” เธอฉีกยิ้ม กล่าวว่า “หลินเหล่า ข้าต้องไปเลือกยาที่หอที่สี่ ท่านจะไปด้วยกันกับข้าหรือไม่ขอรับ?”
“เลือกยาอีกรึ? แล้วพวกนั้นที่เจ้าหยิบไปเมื่อวาน…”
“พวกนั้นเมื่อวานข้าปรุงแล้วล้มเหลว นี่ ท่านดูสิ เพื่อไม่ให้สิ้นเปลือง ข้าจึงเอามาผอกบนหน้าขอรับ” เธอชี้ๆ ยาทาบนหน้าตัวเองพูดพลางหรี่สองตาลงยิ้ม
“นี่…” หลินเหล่าหมดคำพูด ไม่รู้จริงๆ ว่าจะพูดยังไงกับเขาดี
แต่นึกถึงท่าทีที่นายท่านเหยียนมีต่อเฟิ่งจิ่ว และสิ่งที่เขากำชับไว้ ก็ถอนใจอย่างอดไม่ได้ บอกว่า “เจ้าจะไปหยิบยาก็ไปเองเถอะ กลับไปข้าค่อยบันทึกไว้สักหน่อยก็พอ ข้ายังมีเรื่องต้องทำ ตามเจ้าไปไม่ได้หรอก”
ดวงตาเฟิ่งจิ่วเป็นประกาย “หลินเหล่า มองไม่ออกเลยว่าท่านไว้ใจข้าเช่นนี้ ไม่กลัวว่าข้าจะทำลายสมุนไพรเท่าทองพันชั่งหายากพวกนั้นรึขอรับ?”
หลินเหล่าแอบพูดในใจ ‘ข้าไม่ได้เชื่อใจเจ้า แต่นายท่านเหยียนสั่งว่าให้ปล่อยเจ้าหยิบไป เพราะนายท่านเหยียนหรอกนะถึงทำให้เจ้าสุรุ่ยสุร่ายได้เช่นนี้’
สายตาจับจ้องบนใบหน้าเขา คิดว่ายาทิพย์ล้ำค่าพวกนั้นที่หยิบไปเมื่อวานล้วนกลายเป็นยาทาบนหน้าเขา ทันใดนั้นก็เจ็บเข้าเนื้อไปชั่วขณะ “ฟุ่มเฟือยนัก