เท่าไข่ไก่มาสองเม็ดใช่หรือไม่?”
“นั่นเป็นของที่นายท่านมอบให้ข้านะ!” เขาเบิกดวงตาขึ้นมา นั่นเป็นสมบัติของเขา!
ฟังเช่นนี้ เธอก็เลิกคิ้วขึ้น “พูดถึงเพียงนี้ เจ้ายังคิดจะเป็นอมตะชั่วนิรันดร์อยู่อีกรึ?”
พอคำพูดนี้เปล่งออกมา ฮุยหลางก็ท้อแท้ทันใด ถลึงมองหนุ่มน้อยผู้น่ารังเกียจตรงหน้าอย่างร้ายกาจ ก่อนจะหยิบไข่มุกชั้นเลิศขนาดเท่าไข่ไก่สองเม็ดออกจากแหวนมิติบนนิ้วมือมายื่นให้เขา
“รับไปสิ!”
ชั่งน้ำหนักไข่มุกชั้นเลิศทั้งสองเม็ดในมือ เธอก็หรี่สองตาลงยิ้ม หันตัวเดินไปด้านใน พลางบอกว่า “เข้ามาสิ! ถอดเสื้อแล้วไปนั่งบนเก้าอี้ซะ”
ฮุยหลางกลับไม่เอะอะโวยวาย หลังเข้าไปก็ถอดเสื้อนอกออก จากนั้นค่อยนั่งลงบนเก้าอี้
“จิ๊ๆ มองไม่เห็นออก รูปร่างไม่เลวเลย” สายตาเธอมองผ่านกล้ามเนื้อที่แบ่งสรรอย่างชัดเจนบนเรือนร่าง มาถึงด้านหลังเขา แล้วหยิบเข็มเงินทิ่มลงจุดชีพจรตรงเอวไปสองสามเข็ม
“หายแล้วล่ะ”
“นี่ นี่ข้าหายแล้วรึ?” เขางุนงงนิดหน่อย เพิ่งโดนทิ่มไปสองทีก็หายแล้วรึ?
“ทำไม? ไม่เชื่อรึ?”
เธอเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ฉีกปากแย้มยิ้ม “แหะๆ ไม่ต้องร้อนใจ เจ้ากลับไปเถอะ! ตื่นมาพรุ่งนี้เช้ารับประกันว่าเจ้าจะเห็นผลลัพธ์เอง”
ฮุยหลางเวลานี้ มองไม่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายบนใบหน้าเธอ มิเช่นนั้น คงไม่เชื่อคำพูดเธอง่ายดายเช่นนี้
ขณะที่ฮุยหลางสวมเสื้อกลับและผูกผ้าคาดเอวอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จู่ๆ เงาร่างหนึ่งก็เดินเข้ามา แววตา