าดมองด้านนอก เหลือเพียงผู้ฝึกตนสองสามคนอยู่ตรงนั้น ส่วนนายท่านเหยียนก็หายไปไร้ร่องรอย
สายตาเธอจับจ้องบนร่างฮุยหลางด้านหน้า นัยน์ตาแวบประกายไปเร็วนัก ยกมุมปากขึ้น เดินตามหลังไปอย่างสบายๆ จนกระทั่งมาถึงหน้าหอสูงเจ็ดชั้น
กลิ่นยาคละคลุ้งฉุนจมูกเจือปนไปด้วยกลิ่นยาหลายชนิด ภายในเรือนอันโอ่อ่ามีคนอยู่น้อยกำลังยุ่งวุ่นวาย บ้างก็ผึ่งตากยา ศึกษายา แยกประเภทยา การแบ่งงานของทุกคนล้วนแตกต่างกัน
หนำซ้ำ คนพวกนี้คล้ายว่าเคยชินกับการที่จะมีคนใหม่เข้ามาในบางช่วงเวลา ด้วยเหตุนี้ สำหรับหนุ่มน้อยใบหน้าเสียโฉมที่มาถึง หลายคนแค่เงยหน้ามองในระหว่างที่ยุ่งอยู่แวบหนึ่งก็ทำงานตัวเองต่อไป ยิ่งบางคนก็ไม่แม้แต่จะมองมาทางนี้
“หลินเหล่า เด็กคนนี้ยกให้ท่านแล้ว” ฮุยหลางตะโกน ทิ้งคนไว้แล้วก็จากไปโดยไม่มองเฟิ่งจิ่วเลยสักนิด
ตอนนี้เอง ผู้อาวุโสชุดดำท่านหนึ่งก็เดินออกจากหอ มายังเบื้องหน้าเฟิ่งจิ่วพินิจมองหัวจรดเท้า ถามว่า “เจ้าชื่ออะไรรึ?”
เฟิ่งจิ่วฉีกยิ้ม กล่าวเสียงดัง “ภูตน้อยขอรับ”
“ภูตน้อยรึ?” ผู้อาวุโสนิ่งไปพักหนึ่ง ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “เจ้าทำอะไรเป็นบ้าง? บอกหน่อยสิ ข้าจะได้จัดแจงงานให้เจ้าดีๆ”
เฟิ่งจิ่วไม่ตอบคำถามเขา แต่ถามว่า “ที่นี่ที่ไหนหรือขอรับ? พวกเรามาทำอะไรกันที่นี่?”
“อะไรไม่ควรถามก็ไม่ต้องถาม มิเช่นนั้น จะตายเร็วนักนะ!”
ฟังเช่นนี้ เธอก็เลิกคิ้ว คิดๆ ว่า “งั้นจัดพวกงานจิปาถะให้ข้าก็ได้ขอรับ ลองช่วยๆ ไปเดี๋ย