างพิงไปด้านหลัง ดวงตาลึกล้ำกวาดมองฮุยหลางที่คุกเข่าบนพื้น ชะงักลงพักหนึ่ง ถึงจะบอกว่า “หนุ่มน้อยนั่นจริงๆ ก็มีเล่ห์เหลี่ยมอยู่บ้าง เรื่องเข้าหอโอสถชะลอไปอีกสองสามวันแล้วกัน!”
“ขอรับ!” ฮุยหลางตอบรับ ไม่กล้าหายใจแม้แต่สักเฮือก
คอยจนค่ำคืนมาเยือน เมื่อเฟิ่งจิ่วตามพวกเขามาถึงเรือนที่พัก เห็นเตียงใหญ่แถวยาวก็งุนงงอย่างอดไม่ได้
“นี่ คืนนี้นอนนี่รึ?”
สวรรค์! คงไม่ใช่กระมัง? ให้เธอนอนด้วยกันกับพวกผู้ชายกลุ่มใหญ่เนี่ยนะ? เดาว่าท่านพ่อท่านปู่รู้จะต้องร้อนใจเสียจนวิ่งเต้นแน่!
“ไม่งั้นเจ้าคิดว่าจะมีห้องส่วนตัวให้รึไง?”
บุรุษนายหนึ่งข้างๆ เหลือบมองเขา ถอดเสื้อผ้าพลางพูดว่า “มีที่ให้เจ้านอนได้ก็ไม่เลวแล้ว”
เห็นท่าทางคนสิบยี่สิบคนในห้องบ้างถอดเสื้อผ้า ถอดรองเท้า เปลือยกายล่อนจ้อนล้มหัวลงนอน เฟิ่งจิ่วก็ขมวดคิ้ว หันตัวเดินออกไป
ตลกเถอะ! ให้ซุกหัวนอนที่นี่รึ? เธอไม่นอนหรอก!
ออกจากห้องที่เตียงเรียกรายติดกัน เธอมองในสวน เห็นนอกเรือนมีทหารอารักขาคอยเฝ้า ออกไปไม่ได้ ดังนั้น สายตาจึงหันไปจับจ้องบนต้นไม้ใหญ่ในสวน ดวงตาเป็นประกาย
“ได้ล่ะ!”
……………………………