วามยำเกรง
นายท่านเหยียนที่นั่งจัดการงานอยู่หน้าโต๊ะหนังสือมองฮุยหลาง ถามว่า “จัดการเขาเรียบร้อยแล้วรึ?”
ได้ยินคำพูดนี้ ฮุยหลางเงยหน้ามองไปที่เขาอย่างอดไม่ได้ เมื่อสบกับแววตาเยือกเย็นทรงอำนาจ ก็รีบเร่งก้มหน้าลงขานรับ “ขอรับ ข้าน้อยพาเด็กคนนั้นไปส่งให้หลินเหล่าที่หอโอสถแล้ว”
นายท่านเหยียนหยุดพู่กันในมือลง แรงกดดันอันแข็งแกร่งกระจายออกมา กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่มีความเย็นเยียบ “ทักษะปรุงยาเขาไม่ได้ด้อยเลย ยาพวกนั้นของตลาดมืดในช่วงไม่กี่เดือนล้วนมาจากมือเขา ขอนี้ข้าเหมือนจะเคยบอกกับพวกเจ้าแล้ว”
รู้สึกว่าแรงกดดันบนร่างเขาโจมตีมา กลิ่นอายทั่วห้องจึงเย็นขึ้นบางส่วน ฮุยหลางตระหนกในใจ ลงไปคุกเข่าข้างเดียว “นายท่านอย่าเพิ่งโมโห ข้าน้อย ข้าน้อยแค่อยากให้เจ้าเด็กนั่นลำบากบ้าง ข้าน้อยจะรีบย้ายเขาเข้าไปในหอขอรับ”
เดิมทีคิดว่านายท่านแค่บอกให้พาไปหอโอสถ ไม่ได้บอกชัดว่าให้เข้าไปด้านใน ดังนั้นเขาจึงใช้ช่องโหว่นี้สยบความฮึกห้าวของเจ้าเด็กนั่น แต่ไม่เคยคิด ว่านายท่านจะถามถึง
“เจ้าติดตามอยู่ข้างกายข้ามาหลายปี คงเข้าใจดีว่าข้าไม่ชอบคนที่ใช้อุบายเป็นที่สุด หากมีครั้งหน้าอีก เจ้าก็กลับไปฝึกฝนที่คุกมืดซะ!”
ได้ยินน้ำเสียงเยือกเย็นน่าสะพรึงลอยมา ฮุยหลางก็ตกใจเสียจนเหงื่อออกซก “ขอรับ! ข้าน้อยจะจำไว้ไม่ทำผิดอีกแน่ขอรับ!” คุกมืด นั่นช่างเป็นนรกจริงๆ เขาไม่อยากกลับไปที่นั่นอีก
นายท่านเหยียนเก็บแรงกดดันกลับ ร่