่บิดแขนคนอื่นก็ไม่คิดว่าจะเจ็บ ทำไมพอตัวเองถูกคนพลิกบิดไว้ ถึงรู้สึกเหมือนกระดูกจวนจะแยกจากกันเสียแล้วเล่า?
“นายท่าน จับคนกลับมาแล้วขอรับ” ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังสองนายจับคนคุมตัวมาด้านหน้านายท่านเหยียน
เฟิ่งจิ่วเงยหน้า ถึงจะเห็นชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีดำลายเมฆหลบยืนมือไพล่หลังอยู่ตรงหน้า ถึงแม้อีกฝ่ายจะใช้หน้ากากสีเงินครึ่งหน้าปกปิดใบหน้าไว้ เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากบางน่ามองใต้จมูกและคางเฉยชารูปทรงคมชัด แต่เรือนร่างสูงโปร่งกำยำ รูปร่างตั้งตรงแข็งแรง รวมถึงท่าทางบนร่าง ยังคงทำให้ดวงตาเธอเป็นประกาย
ทันใดนั้น จึงผิวปากออกมาราวกับคุณชายผู้ลากมากดี เอ่ยชมว่า “ช่างเป็นหนุ่มรูปงามที่ทรงเสน่ห์น่าเย้ายวนจริงๆ!”
เห็นเขาพบหน้านายท่านก็ทำตัวลามปามขึ้นมาต่อหน้าทุกคนด้วยความหยอกล้อ ผู้ฝึกตนชุดดำทั้งสิบหกคนก็ผงะไป เหลือบมองนายท่านอย่างรวดเร็ว แล้วเร่งรีบก้มหน้าลงปกปิดรอยยิ้มที่เอ่อล้นตรงมุมปากอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่
หนุ่มรูปงามทรงเสน่ห์น่าเย้ายวน? พูดถึงนายท่านพวกเขารึ?
เด็กน้อยนี่คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง
เมื่อนายท่านเหยียนได้ยินคำพูดเฟิ่งจิ่ว ก็เลิกคิ้วขึ้น มุมปากยกโค้งชั่วร้าย
“ทรงเสน่ห์? น่าเย้ายวนรึ? อาจจะใช่ ข้าถือว่านี่เป็นคำชมก็ได้”
แต่น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยที่ทุ้มต่ำและมีแรงดึงดูดนั้น ไม่ว่าฟังเช่นไร ล้วนคล้ายจะเคลือบแฝงด้วยอันตรายถึงชีวิต
คำ คำชมรึ?
คนชุดดำสิบหกนายมองหน้ากันแวบหนึ่ง ผิวหน