และไม่มีอะไรน่าตื่นตกใจ
ส่วนผู้นำตระกูลของนักปรุงยาวัยกลางคนผู้นั้นก็ใบหน้าหมองลง โบกมือเป็นสัญญาณ “ส่งคนลงเขาไปซะ!”
แววตาดำมืดจ้องมองเงาร่างสีแดง เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนของตลาดมืด พวกเขาจึงไม่กล้าตามอีกฝ่ายไปอย่างโจ่งแจ้งได้
ชายวัยกลางคนบนเวทีข้างกองสมุนไพรส่งใบสั่งยาแผ่นหนึ่งให้ทุกคน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า “เก็บสมุนไพรในรายการมา สิบคนแรกสุดที่เก็บครบเดินออกมาเข้ารอบต่อไป คนอื่นๆ ตกรอบ เริ่มได้!”
สิ้นสุดน้ำเสียง พวกนักปรุงยาบนเวทีก็เก็บยาตามรายการในมือ พลางกอบโกยยาบนโต๊ะ เมื่ออาจารย์สำนักศึกษาหมอกดาราเก็บยาเดินออกมาเรียบร้อย สายตาเหลือบมองไปข้างกายอย่างอดไม่ได้ กวาดมองคุณชายชุดแดงที่ในมือถือตะกร้ายา ขมวดคิ้วเบาๆ
เฟิ่งจิ่วหันหน้าไปเล็กน้อย ผุดรอยยิ้มส่งให้อีกฝ่าย เวลาไม่นาน หลังจากชนะสิบคน ที่เหลือตกรอบ ไม่ทันไรก็เข้าสู่การทดสอบรอบสุดท้าย ต้องปรุงยาบนเวที ระดับยิ่งสูงประเภทยิ่งหายากถึงจะชนะ
เห็นสมุนไพรหลายสิบชนิดที่จัดวางไว้บนโต๊ะ เฟิ่งจิ่วก็ลงมือปรุงยา วิธีการปรุงของเธอไม่เหมือนใคร ต่อให้คนอื่นเห็น ก็เรียนไปไม่ได้
เพราะมันคล้ายกับการทดลองสมัยใหม่ ผ่านการจัดการและสกัดไปแต่ละขั้นตอน สุดท้ายถึงจะปรุงได้เป็นรูปเป็นร่าง หลังจากเธอปรุงน้ำยาสีเขียวขวดหนึ่งออกมา ก็เดินมายังเบื้องหน้าผู้ตัดสินของสมาคมนักปรุงยาทั้งแปดท่าน แล้วนำยาวางไว้ตรงหน้า
“เชิญตรวจสอบได้”
“นี่คือยารึ? สีสันสวยง