น้า หลังจากไปรายงานด้านใน ก็บอกกับเฟิ่งจิ่วว่า “ใต้เท้าภูตหมอ เชิญขอรับ”
เฟิ่งจิ่วสาวก้าวเดินเข้าไป แต่เหลิ่งซวงกลับถูกขวางอยู่ด้านนอก
ทุกคนในห้องรับรองใช้สายตาพินิจมองจับจ้องบนเรือนร่างสีแดงชั่วร้ายที่เดินเข้ามาอย่างไม่ปิดบัง นัยน์ตาพวกเขามีทั้งความดูถูกเหยียดหยาม และการสำรวจตรวจสอบ
ขณะที่พวกเขาพินิจมองมา สายตาเฟิ่งจิ่วก็มองผ่านทุกคนในห้องรับรอง สายมองตรงไปบนร่างคนผู้นั้นบนตำแหน่งที่นั่งอาวุโส
นั่นเป็นชายวัยกลางคนท่านหนึ่ง สวมชุดผ้าแพรสีดำนั่งตัวตรงตั้งสองขามั่นคง ทั่วร่างมีกลิ่นอายของผู้เหนือกว่ากระจายอยู่ และเวลานี้ สายตาที่เฉียบแหลมคู่นั้นก็กำลังพินิจมองจ้องเธอ
“ใต้เท้าเชิญนั่ง” ชายวัยกลางคนตรงตำแหน่งที่นั่งอาวุโสเอ่ยเสียงเข้ม ผายมือเป็นสัญญาณ ชี้ไปยังที่นั่งแรกที่ว่างอยู่ทางด้านซ้าย
เฟิ่งจิ่วยกริมฝีปากขึ้นยิ้ม เดินไปด้านหน้าอย่างไม่เกรงใจ มาถึงที่นั่งแรกด้านซ้ายมือนั้น หมุนตัวกำลังจะนั่งลง ก็มีแรงหนึ่งผลักเก้าอี้ออก
เห็นเช่นนี้ เธอเหลือบมองชายวัยกลางคนที่ด้านซ้ายล่างแวบหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายเผยแววตายียวน ก็อดไม่ได้ที่จะผุดเผยรอยยิ้ม ฝ่ามือปล่อยพลังเร้นลับออกมา เก้าอี้ที่เดิมถูกผลักไปด้านหลัง จึงกลับมาตรงตำแหน่งเดิมในเวลาต่อมา และเธอก็นั่งลงอย่างใจเย็น
“พรึบ!”
เสียงเก้าอี้เสียดสีพื้นดังขึ้น ก็เห็นเก้าอี้ชายวัยกลางคนด้านซ้ายล่างเคลื่อนตามมา ตัวเขาทรุดนั่งลงบนพื้น พร้อมทั้งร้องอุทาน
“