รู่วันนี้ เฟิ่งจิ่วรำไทเก๊กอยู่ในสวน เห็นเหลิ่งซวงเดินเข้ามา “นายท่าน ท่านอ๋องสามมาหา บอกว่าอยากพบท่าน ท่านผู้เฒ่าจึงให้ท่านไปพบเจ้าค่ะ!”
เธอเก็บมือลงถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะบอกว่า “รู้แล้ว ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าค่อยออกไป” ระหว่างพูดก็เดินเข้าไปในห้อง ฝีเท้ากลับชะงัดลง ถามว่า “จริงด้วย หลายวันนี้พี่ชายข้าอยู่ตลาดมืดเป็นเช่นไรบ้าง?”
“คุณชายสบายดีเจ้าค่ะ นายท่านไม่ต้องกังวล ทางตลาดมืดด้านนั้นข้ากำชับไปแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม งั้นก็ดี” นางถึงจะพยักหน้า หลังจากเข้าห้องไปเปลี่ยนชุดก็เดินออกมา พาเหลิ่งซวงไปยังห้องโถงด้านหน้า
ในห้องโถงด้านหน้า
“อี้เซวียนเอ๊ย! ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งกาจนัก และข้าก็พอใจเจ้ามาก แต่แม่หนูเฟิ่งพูดถึงเพียงนี้ ข้าเป็นแค่ปู่ ปกติก็พูดอะไรไม่ได้มาก ดังนั้น วันนี้ข้าจึงบอกเจ้าไว้ก่อนเสียหน่อย วันหน้าข้าจะเข้าวังไปกราบเรียนกับท่านเจ้าแคว้นว่าจะยกเลิกการแต่งงานของพวกเจ้า”
ได้ยินเช่นนี้ มู่หรงอี้เซวียนก็มองเขา กล่าวว่า “ท่านปู่เฟิ่งขอรับ ท่านอย่าเพิ่งเข้าวังไปก่อน รอข้าคุยกับชิงเกอแล้วค่อยว่ากันนะขอรับ!”
วันนั้นเป็นเขาที่อยากยกเลิกงานแต่ง ตอนนี้กลับเป็นนางที่อยากยกเลิก เพราะเขาจำนางไม่ได้ จึงโกรธเคืองเขารึ?
“ท่านปู่”
เสียงหนึ่งลอยเข้ามาจากด้านนอก มู่หรงอี้เซวียนหันกลับไปมอง พอเห็น สายตาก็หรี่ลงเล็กน้อย
สาวน้อยชุดขาวเดินย้อนแสงเข้ามา ท่วงท่าสละสลวย กลิ่นอายประกายสง่างามทำให้ทั่วร่างดู