งดงามราวนางฟ้า แต่เมื่อเห็นใบหน้านั้น ความตื่นตาก่อนหน้านี้กลับสูญสลายตามไปอย่างไร้ร่องรอย
นั่นคือใบหน้าที่เต็มไปด้วยแผลเป็น มองไม่รูปลักษณ์เดิมไม่ออก ผิวหนังบนใบหน้าแทบจะถูกทำลายสิ้น น่าสยดสยองยิ่งนัก ขนาดเขาเห็น หัวใจยังห่อเหี่ยวอย่างอดไม่ได้
มีทั้งความเจ็บปวด ความสงสาร ความตกใจและความตกตะลึง
เขาไม่เคยรู้ ว่าใบหน้านางจะเสียโฉมไปหมดเช่นนี้…
“แม่หนูเฟิ่ง เจ้ามาแล้วรึ?”
ท่านผู้เฒ่ามองนาง ดวงตาหรี่ลง เผยรอยยิ้มออกมา เขายืนตัวขึ้นมองไปที่มู่หรงอี้เซวียน เอ่ยว่า “พวกเจ้าสองคนลองคุยกันดีๆ เถิด!” ระหว่างที่พูด ก็เดินออกไปก่อน
“ชิงเกอ พวกเราแต่งงานกันเถอะ!” เขามองนาง พลางบอกเจตนารมณ์ออกมา
ฟังเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วก็เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง กล่าวว่า “หรือท่านปู่ยังไม่ได้บอกท่าน ว่าข้าต้องการถอนหมั้น?” เธอเดินมานั่งลงตรงตำแหน่งที่นั่งอาวุโส แล้วคนรับใช้ก็ยกน้ำชามาให้
“ข้าไม่สนใจที่ใบหน้าเจ้าเสียโฉม” เขานึกว่า เพราะใบหน้านางเสียโฉมถึงอยากถอนหมั้น อันที่จริง เมื่อก่อนนางเชื่อใจเขา ความรู้สึกเช่นนั้น แค่บอกจะตัดใจก็ตัดเลยได้อย่างไรเล่า?
ได้ยินคำพูดนี้ เฟิ่งจิ่วก็ยิ้ม “ข้าว่าท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้จะถอนหมั้นเพราะใบหน้าเสียโฉม แต่เพราะข้าเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้รักท่าน ดังนั้นจึงอยากถอนหมั้น”
น้ำเสียงเธอเฉยเมย ท่าทางมีความสง่างามและเฉื่อยชา ไม่มีความกระวนกระวายและน้อยเนื้อต่ำใจที่ต้องเผยใบหน้าเสียโฉมต่อห