ินคำพูดนั้นที่เฟิ่งเซียวถามออกมา เช่นนั้น จึงทิ้งสายตาไว้บนร่างสาวน้อยชุดขาว
เขาก็อยากรู้ ว่านางเป็นใครกันแน่?
เฟิ่งจิ่วมองเฟิ่งเซียวที่ท่าทางตื่นเต้นใจและรอบตาแดงน้อยๆ เธอถอนใจเบาๆ ในใจ เอ่ยว่า “ท่านเดาออกแล้ว ไม่ใช่รึเจ้าคะ?”
เขาไม่ใช่คนโง่เง่า ช่วงนี้จวนตระกูลเฟิ่งเกิดเรื่องมากมายเพียงนี้ อีกทั้งตอนนี้ท่านผู้เฒ่าก็กลับมา ซ้ำยังมีนางโผล่มาด้วย หากตอนนี้ยังไม่ตอบโต้อะไร เขาก็ไม่ใช่ท่านแม่ทัพใหญ่เฟิ่งผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรแล้ว
“เจ้าคือชิงเกอลูกสาวข้า!”
น้ำเสียงเขาสะอึกสะอื้น ยื่นมือไปกุมมือเฟิ่งจิ่วไว้ “ขอโทษ ขอโทษ พ่อไม่รู้เลยว่าคนข้างกายเป็นตัวปลอม…” นึกถึงคำพูดที่ท่านผู้เฒ่าบอกในวันนั้น ความโมโหโกรธาในตอนนั้น และยังใบหน้านางที่ผูกผ้าคลุมหน้าไว้ตอนนี้ หัวใจก็บีบรัดเจ็บปวดชั่วขณะ จึงร้องไห้โฮลั่นขึ้นมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่
“ขอโทษ… พ่อไม่ดี พ่อไม่ดีเอง…”
ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วสารทิศ นึกไม่ถึงว่าจะร้องไห้ราวกับเด็กน้อย ท่าทีหลั่งน้ำตาราวฝนพรำทำให้คนมองทั้งตะลึงและสะเทือนใจ
เมื่อครู่เขาว่าอะไรนะ? สาวน้อยที่ผูกผ้าคลุมหน้าเป็นชิงเกอลูกสาวเขารึ? งั้นคนที่ถูกจับกุมตัวไว้เป็นผู้ใดเล่า?
“ท่านลุงเซียว ท่านบอกว่านางเป็นใครนะขอรับ?”
น้ำเสียงมู่หรงอี้เซวียนมีความสั่นเครือที่ไม่อาจกลั้นไว้ เขามองสาวน้อยชุดขาวที่ผูกผ้าคลุมหน้าด้วยความตื่นตกใจ ยากจะเชื่ออยู่บ้าง ซ้ำยังมีความตื่น