เต้นและปลื้มปิติ หัวใจพลันเต้นตึกตัก ความรู้สึกเช่นนั้น ไม่อาจเอ่ยออกมาได้
“ฮือๆ… ลูกสาวข้า… ลูกข้า…”
เฟิ่งเซียวร้องไห้คร่ำครวญด้วยความรู้สึกผิดที่บีบรัดหัวใจ แต่เพราะร่างกายอ่อนแอ รับเรื่องเช่นนี้ไม่ไหว จึงร้องห่มร้องไห้เสียจนเป็นลมไป
“พวกเจ้าสองคน พาท่านพ่อข้าส่งกลับห้องไป” เฟิ่งจิ่วมองไปยังองครักษ์สองสามนายที่มองด้วยดวงตาเบิกโพลงอยู่ข้างๆ ก่อนจะสั่งการเสียงเข้ม
“ขอรับ”
หลังจากขานเสียงรับตามสัญชาตญาณ จู่ๆ พวกเขาก็ผงะ มองหน้ากันแวบหนึ่ง รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย แต่ยังคงเดินออกไปสองคน เพื่อส่งตัวเฟิ่งเซียวกลับไป
เวลานี้ เสียงแหบแห้งของท่านผู้เฒ่าเฟิ่งกลับดังขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์และมีกลิ่นอายพลังเร้นลับเคลือบแฝง “ต่อหน้าทุกท่านทั้งหลาย ณ ที่แห่งนี้ ข้าจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเสียหน่อย”
น้ำเสียงเขาชะงัก ชี้ที่ซูรั่วอวิ๋นพลางพูดว่า “นาง ไม่ใช่เฟิ่งชิงเกอหลานสาวข้ามาแต่ไหนแต่ไร! นางเป็นแค่เด็กสาวกำพร้าซูรั่วอวิ๋นที่หลานสาวข้าเก็บกลับมาจากข้างถนนตอนเด็กๆ! หลานสาวข้าปฏิบัติกับนางสนิทสนมราวพี่น้อง นางกลับวางแผนปลิดชีวิตหลานข้า สวมรอยตัวตน แย่งชิงทุกสิ่งอย่าง! และนี่ หลังถูกข้าจับได้ยังใช้ยาพิษทำร้ายข้า ผู้หญิงคนนี้ ชั่วร้ายเลวทราม แล้งน้ำใจไร้คุณธรรม!”
หลังฟังคำพูดนี้ ผู้คนต่างเอะอะอึกทึก พากันสูดลมหายใจ คิดว่าเรื่องนี้ช่างน่าเหลือเชื่อและน่าสะพรึงเหลือเกิน แม้แต่ตัวตนยังสวมรอย หาก