ของปรมาจารย์ขั้นสูงสุด ไม่ใช่ว่าใครๆ จะคร่าชีวิตได้ตามใจชอบ ทว่าตอนนี้กลับสิ้นใจไปอย่างอัปยศเช่นนี้ ช่างทำให้นางทั้งตกใจและขุ่นเคืองเสียจริง!
“หรือว่าเป็นสองพี่น้องกวนสีหลิ่น? แต่ตามที่ตรวจสอบมา เจ้ากวนสีหลิ่นนั่นถึงกับยังไม่ใช่แม้ระดับปรมาจารย์ แล้วจะจับองครักษ์จั่วที่เป็นถึงระดับปรมาจารย์มาขังในกรงเหล็กได้อย่างไรกัน?”
นางพึมพำกับตัวเอง เพียงรู้สึกว่าหลังจากเห็นภาพตรงหน้านี้ หัวใจก็ไม่อาจสงบลง จึงคิดจะติดต่อกับคนของสำนักพิษโอสถสักหน่อยเพื่อไถ่ถามสถานการณ์
ดังนั้น พอหมุนตัวจากไป นางก็วางเพลิงเผาเรือนที่พำนักแห่งนี้
ออกมาด้านนอก เดินไปบนถนนใหญ่ เมื่อนึกถึงภาพไม่น่ามองเมื่อครู่ ก็ยังมีความสะอิดสะเอียนอยู่บ้าง ฆ่าคนแค่เล็งที่หัว แม้แต่นางยังคิดวิธีลงโทษที่โหดร้ายและทำให้ขนลุกขนพองเช่นนั้นไม่ได้เลย
“พวกเจ้าได้ยินรึยัง? เมื่อคืนสำนักพิษโอสถนั่นถูกคนวางเพลิง กล่าวกันว่าเพลิงไหม้สว่างไสวไปทั่วทั้งยอดเขา ถึงเมื่อเช้านี้ไฟยังลุกอยู่เลย มีคนไม่น้อยไปดู บอกว่าถูกไฟไหม้กลายเป็นขี้เถ้าไปหมดแล้ว”
“ซี๊ด! ไม่ใช่กระมัง? ใครกันที่ทำ? กองกำลังสำนักพิษโอสถเทียบเท่าวงศ์ตระกูลระดับกลาง หนำซ้ำยังเพิ่งก่อตั้งมาไม่กี่ปี จู่ๆ จะถูกวางเพลิงในชั่วข้ามคืนได้อย่างไร?
ฟังเสียงกระซิบที่ดังมาข้างหู ซูรั่วอวิ๋นก็หวั่นใจ หันกลับไปมองยังพวกคนตรงร้านชาข้างทาง ก้าวยาวเดินไปด้านหน้า คว้าไหล่คนหนึ่งในหมู่พวกเขา ก่อนจะตะค