งพรั่งพรูขึ้นมาทั่วร่าง ทำให้บนตัวเขามีพลังอันน่าสะพรึงไหลเวียนอยู่จางๆ บริเวณที่หมัดพุ่งออกไป ก่อตัวเป็นกระแสลมรุนแรง เหล่าชายชุดดำจึงตกใจเสียจนหน้าเปลี่ยนสี
“แย่ละ!”
พวกเขาคิดจะล่าถอย ทว่าความเร็วยังไม่ทันกวนสีหลิ่น เห็นเพียงสองคนตรงหน้า คนหนึ่งถูกหมัดโจมตีเข้าตรงกลางอก พลันเกิดเสียงกระดูกแตกดังแกร๊ก คนก็กระเด็นออกไปล้มลงชักดิ้นบนพื้นสักพักก่อนจะหมดลมหายใจ
ส่วนอีกคนถูกเขาจับคอไว้ ทั้งร่างถูกยกขึ้นเหนือพื้นทุรนทุราย เพียงได้ยินเสียงแกร๊ก คนผู้นั้นก็ถึงกับร้องอะไรไม่ออก และถูกบีบคอหักตายไป
“ถอย! ถอยเร็ว!”
คนหนึ่งตะโกนขึ้น สีหน้าเปลี่ยนไปยกใหญ่ ถึงกับไม่กล้าสู้ด้วยอีก จึงหันตัวคิดจะหนี
“ในเมื่อมาแล้ว พวกเจ้าคิดว่ายังหนีได้อีกรึ?”
กวนสีหลิ่นแค่นเสียงหยัน จัดการพวกเขาลงได้อย่างรวดเร็ว เห็นซากศพทั้งหลายในสวน จึงหันกลับไปพูดกับเหลิ่งซวงในห้องที่คอยเฝ้าท่านผู้เฒ่าอยู่ “เหลิ่งซวง ที่นี่ให้เจ้าจัดการที ข้าจะตามไปดูเสียหน่อย”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงเปิดประตูออก เห็นลานบ้านที่ฉาบไปด้วยสีเลือด แม้แต่ดวงตาก็ยังหลับไม่ลง
ส่วนอีกด้านหนึ่ง คนที่เป็นหัวหน้าพาเฟิ่งจิ่วมาถึงบ้านหลังหนึ่ง พอเข้าบ้านก็มีชายชุดดำเจ็ดแปดนายเดินออกมารับหน้า หนึ่งในนั้นเห็นเขากลับมาคนเดียว จึงอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ
“ไยจึงเหลือแค่เจ้า? คนอื่นๆ ล่ะ?”
“พละกำลังเจ้ากวนสีหลิ่นนั่นยังแข็งแกร่งกว่าที่ข้าจินตนาการไว้มากนัก คนอื่นๆ เดาว่