ะจู่ๆ ก็เป็นเช่นนั้น ข้าคิดว่าต้องเป็นฝีมือนางแน่นอน รอพลบค่ำข้าลองเข้าไปดูแล้วค่อยว่ากัน”
“เจ้าคิดจะแอบเข้าไปในจวนรึ? แต่สถานที่เช่นจวนตระกูลเฟิ่ง ต้องคุ้มกันไว้แน่นหนามากเป็นแน่ เกรงว่าจะเข้าไปไม่ง่ายดายนัก” เขาพูดอย่างกังวลอยู่บ้าง กล่าวอีกว่า “อีกอย่าง หากถูกจับได้ นึกว่าเจ้าเป็นนักฆ่าแล้วฆ่าทิ้ง จะทำเช่นไร?”
“เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ด้วยกำลังของข้าตอนนี้ จะแอบเข้าจวนตระกูลเฟิ่งก็ไม่ใช่ปัญหา” ในคำพูดเธอมีความมั่นใจ สายตาจับจ้องบนตัวเขา กล่าวว่า “เรื่องนี้ข้าจัดการเองได้ ท่านไม่ต้องกังวลใจ ทั้งหมดรอหลังจากข้าสำรวจจวนตระกูลเฟิ่งคืนนี้ค่อยว่ากัน”
“อืม งั้นเจ้าจำต้องระวังหน่อยนะ” กวนสีหลิ่นกำชับอย่างไม่วางใจ
“นายท่าน ให้ข้าตามไปด้วยไหมเจ้าคะ? หรือจะให้คอยหนุนอยู่ด้านนอก?” เหลิ่งซวงเอ่ยปากถาม
“ไม่ต้องหรอก”
เธอลุกยืนขึ้นมา เอ่ยกับทั้งสองว่า “พวกเจ้าคอยอยู่ในบ้านเถิด! ข้าจะกลับไปฝึกวิชาในห้องก่อน มื้อเย็นไม่ต้องตามข้านะ” หลังจากกำชับแล้ว พอจะหันตัวเข้าห้อง ก็หยุดฝีเท้าลง มองไปที่เหลิ่งซวง
“พี่ชายข้าจะไปลานประลองตลาดมืด สักพักเจ้าเข้าไปกำชับพวกเขาที ให้คอยดูแลเขามากๆ หน่อย”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงขานรับ หลังจากเห็นนางเข้าห้องไป ถึงจะมองที่กวนสีหลิ่นข้างๆ “คุณชาย ท่านจะไปลานประลองรึเจ้าคะ?”
“ถูกต้อง ข้าอยากไปลองเชิงฝีมือที่นั่นน่ะ”
น้ำเสียงเขามีความกระตือรือร้นอยากลองอยู่บางส่วน กล่าวด้วยส