สั่งกับเหลิ่งซวงที่กำลังนั่งขัดสมาธิฝึกวิชาอยู่ในลานบ้าน “เหลิ่งซวง เจ้าไปไถ่ถามเสียหน่อย ว่าสองวันมานี้ที่จวนตระกูลเฟิ่งเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่”
“เจ้าค่ะ” แม้ในใจเหลิ่งซวงคิดสงสัย กลับลุกขึ้นจากไปโดยไม่ถามอะไรมาก
เธอมานั่งในลานบ้าน เฝ้ารอคำตอบที่เหลิ่งซวงไปสอบถามกลับมาอยู่เงียบๆ หากไม่จัดการเรื่องนี้ให้ดี ก็ไม่อาจมีกะใจมาฝึกฝนวิชาได้ตลอด เดิมไม่ได้คิดจะรีบกลับบ้านตระกูลเฟิ่งถึงเพียงนั้น ทว่า สถานการณ์ตอนนี้…
“เสี่ยวจิ่ว ชิงเหนียงต้มซุปหวาน ข้าเลยยกมาให้เจ้าถ้วยหนึ่ง ลองชิมสิ รสชาติไม่เลวเลยนะ” กวนสีหลิ่นยิ้มพลางเดินเข้ามา บนถาดในมือยังมีซุปหวานอยู่ถ้วยหนึ่ง
“ขอบคุณท่านพี่” เธอเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะลุกขึ้นรับไว้
กวนสีหลิ่นนั่งลงข้างโต๊ะหิน พูดว่า “เสี่ยวจิ่ว ที่ข้ามา ยังมีเรื่องต้องคุยกับเจ้า”
“หืม? เรื่องอะไรรึ?” เธอซดซุปหวาน พลางเอ่ยถาม
เขาลังเลสักพัก ถึงจะบอกว่า “ข้าอยากไปประลองที่ตลาดมืด”
ฟังคำพูดแล้ว เธอก็ขมวดคิ้วขึ้น “ท่านคิดจะใช้วิธีนั้นมาหาเงินรึ? ของพรรค์นั้นเดิมทีก็หาเงินได้ไม่เท่าไหร่ หนำซ้ำ หากเจอคู่ต่อสู้ที่แกร่งกว่าเขาคงไม่ปราณีท่าน แม้แต่โอกาสจะยอมแพ้ยังไม่มีเลย”
“ข้าคิดว่า ในสถานที่เช่นนั้นนอกจากหาเงิน ยังสามารถพัฒนากำลังต่อสู้ได้ด้วย ตอนนี้สำหรับข้า ข้อด้อยที่สุดก็คือประสบการณ์จริง ดังนั้นข้าจึงอยากสั่งสมประสบการณ์ก่อน จากนั้นค่อยเข้าร่วมงานประลองคัดเลือกของแคว