้นแสงสุริยันที่จะจัดขึ้นทุกสามปี กลายเป็นสิบอันดับแรกของรายชื่อนักสู้ผู้โด่ดเด่น เช่นนี้ถึงจะมีโอกาสเข้าไปฝึกฝนวิชาในสำนักดาวประดับเมฆา”
“สำนักดาวประดับเมฆารึ?”
เธอค้นหาในห้วงความทรงจำสักพัก กล่าวว่า “สำนักฝึกวิชาที่จัดอยู่ในระดับเจ็ดดาวน่ะรึ? ข้าจำได้ว่าการคัดสรรของที่นั่นเข้มงวดยิ่งนัก ซ้ำยังคัดเลือกทุกสามปี ในแคว้นเล็กๆ ระดับเก้าอย่างแสงสุริยันนี้ เหมือนว่าจะไม่มีใครสักคนได้เข้าไปในสำนักดาวประดับเมฆามาหลายปีแล้วนะ!”
“อืม สำนักดาวประดับเมฆาเกณฑ์ผู้ฝึกได้เคร่งครัดมาก หนำซ้ำในแคว้นเหินเวหาที่เป็นถึงแคว้นขนาดกลางระดับหก ก็ยังต้องอยู่ในสิบอันดับผู้แกร่งกล้าของแคว้นแสงสุริยัน ถึงจะมีโอกาสได้ลองไปที่นั่นสักครั้ง แม้จะรู้ว่ายากนัก แต่ข้ายังอยากลองดู อีกอย่าง เพียงออกจากแคว้นแสงสุริยัน ในอนาคตข้าอาจจะหาท่านพ่อพบก็ได้”
ฟังคำพูดเขา เธอก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาพูดได้ไม่เลวเลยจริงๆ หากจะออกจากแคว้นเล็กๆ ระดับเก้าไปยังแคว้นอื่นที่ระดับสูงกว่านี้ ต้องมีพละกำลังเป็นที่ยอมรับถึงจะเข้าไปได้ มิเช่นนั้น ต่อให้เป็นท่านอ๋องแคว้นหนึ่ง เมื่อไปถึงที่นั่นก็ทำได้แค่ถูกปฏิเสธอยู่นอกประตูเมือง
พูดถึงมู่หรงอี้เซวียน เขาเป็นท่านอ๋องของแคว้นแสงสุริยัน และเป็นผู้มีพรสวรรค์ดั่งฟ้าประทานเช่นกัน เดิมทีมีโอกาสมากที่จะเข้าไปฝึกวิชาในสำนักดาวประดับเมฆา ทว่าสามปีก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทำให้เขาพลาดโอกาสไป กระทบไหล่ผ