ะยึดกระบี่ในมือเขา เพื่อเลี่ยงไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ แต่ใครจะรู้ ท่านผู้เฒ่าเองก็หมุนตัวหลบ ก่อนจะออกแรงผลักเขาออกไป “ไสหัวไป! ข้าจะฆ่านาง! ต้องฆ่านางซะ!”
ใบหน้าเฟิ่งเซียวไร้สีเลือดฝาด พุ่งเข้าไปอีกครั้งกอดอยู่ด้านหลังเขาไว้แน่น “ท่านพ่อ! ท่านมีสติหน่อยเถิด! นั่นชิงเกอ! เป็นหลานสาวท่านนะ!”
“นางไม่ใช่! นางไม่ใช่! นางทำร้ายแม่หนูเฟิ่งของข้า! นางทำร้ายแม่หนูเฟิ่ง! อ๊าก! ปล่อยข้า! ข้าจะฆ่านางซะ!”
สองตาท่านผู้เฒ่าเฟิ่งเต็มไปด้วยเส้นเลือด ตะโกนลั่นทั้งท่าทางบ้าคลั่ง ดิ้นรนขัดขืนอยากจะกระโจนไปด้านหน้า
ไม่มีใครเห็น ว่าเฟิ่งชิงเกอที่หลบอยู่ด้านข้างทั้งน้ำตานองหน้าด้วยความตกใจขวัญหนีเป็นที่สุด สายตาที่มองไปทางท่านผู้เฒ่าเฟิ่งมีทั้งความชั่วร้ายและตื่นเต้น ประกายเหล่านั้นฉายแวบผ่านไป รวดเร็วไม่มีใครทันสักเกต
นางร่ำไห้อย่างเสียขวัญ ตะโกนว่า “ท่านพ่อ ท่านพ่อช่วยลูกด้วยเจ้าค่ะ ท่านปู่จะฆ่าข้า ฮือๆ…”
เฟิ่งเซียวฟังเสียงร้องคร่ำครวญของลูกรักที่ตกใจทำอะไรไม่ถูก แล้วมองท่าทางท่านผู้เฒ่าที่แทบจะสิ้นเสียสติ ทำเช่นไรก็หยุดไว้ไม่อยู่ สุดท้ายจึงไม่สนใจเรื่องเสียมารยาทอะไรอีก ใช้มือเหยียดตรงดั่งมีดเคาะตัดลงไปทำให้เขาสลบ
“เคร้ง!”
ร่างกายท่านผู้เฒ่าเฟิ่งอ่อนยวบลงไป กระบี่ในมือร่วงหล่นลงพื้น ในที่สุดทั่วทั้งเรือนก็เงียบสงัดลงเพราะเขาหมดสติ
“เจ้าไปเชิญหลินเหล่ามาตรวจดูท่านพ่อเสียหน่อย” เฟิ่งเซียวประคองท่านผู้เฒ่าด้