่อยากดูปานรูปหงส์ หลานจะให้ท่านปู่ดูก็ได้เจ้าค่ะ” ขณะที่พูด นางถึงจะปลดผ้าผูกเอวออกครึ่งหนึ่ง ดึงเสื้อนอกลง เผยให้เห็นปานรูปหงส์สีแดงบนแขนขาวราวหิมะ
“ท่านพ่อ ดูสิ ปานรูปหงส์ของชิงเกอก็อยู่ตรงนั้นไม่ใช่หรือ?” เขาไม่เข้าใจท่านผู้เฒ่าเลยจริงๆ ออกไปเพิ่งกลับมา ทำไมถึงอยากดูปานของชิงเกอล่ะ? หรือจะสงสัยว่าลูกสาวเขาถูกคนสับเปลี่ยนตัว?
ต้องรู้ไว้ ทุกวันเขาเห็นนางเดินไปมาในสายตาเขาตลอด การเคลื่อนไหว ท่าทาง ยังมีใบหน้าอีก จะเป็นตัวปลอมได้อย่างไรกัน?
พอเห็นปานรูปหงส์นั้น ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งก็ขมวดคิ้ว กล่าวอีกว่า “เข้ามา”
“ท่านพ่อ!”
ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งไม่สนใจเขา แววตาจับจ้องเฟิ่งชิงเกอ “เข้ามาสิ!” ครั้งนี้น้ำเสียงหยาบกระด้างขึ้นบางส่วน ซ้ำยังมีความน่าเกรงขามที่ยากจะปฏิเสธ
เฟิ่งชิงเกอกัดริมฝีปากเบาๆ มองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นค่อยก้าวนวยนาดเดินไปด้านหน้า มาถึงเบื้องหน้าก็หลุบตาลงน้อยๆ
ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งเหลือบมองนาง จุ่มนิ้วมือลงในน้ำชา ก่อนจะถูลงไปบนปานรูปหงส์สีแดงนั่น มองอีกที ปานรูปหงส์สีแดงก็ยังอยู่ ไม่ได้จางลง และไม่ถูกเขาเช็ดออก จึงยิ่งขมวดคิ้วลึกขึ้นอย่างอดไม่ได้
“ท่านปู่ หลานดึงเสื้อนอกขึ้นมาได้รึยังเจ้าคะ?” นางเอ่ยถามเสียงสะอื้นน้อยๆ พลางมองท่านผู้เฒ่าเฟิ่งด้วยสีหน้าทุกข์ระทม
ไม่รอท่านผู้เฒ่าเฟิ่งปริปาก เฟิ่งเซียวก็รีบกล่าวว่า “ชิงเกอ ดึงเสื้อนอกขึ้นเร็ว ลูกกลับห้องไปก่อนนะ พ่อต้องคุยกับปู่เจ้า”
“อื