มเหมือนจะมองอะไรบางอย่างออก ทำนางใจหายแวบทันใด
“ท่านปู่ เป็นอะไรรึเจ้าคะ?” มือที่เดิมกอดแขนเขาไว้ผละออกอย่างช่วยไม่ได้ ถอยก้าวออกน้อยๆ แล้วมองนางด้วยท่าทางที่มีความกระวนกระวายไม่สงบใจ
เฟิ่งเซียวข้างๆ เห็นท่าที จึงรีบร้อนออกหน้า “ท่านพ่อ ชิงเกอเรียกท่านน่ะ!”
“ข้าจำได้ว่าที่แขนเจ้ามีปานรูปหงส์ ถอดเสื้อนอกซะ เปิดออกมาให้ข้าลองดู” ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งถลึงมองนางด้วยแววตาแหลมคม น้ำเสียงทรงอำนาจ ละเลยซึ่งท่าทางเล็กๆ น้อยๆ บนใบหน้านางไป
ได้ยินเช่นนี้ ไม่เพียงเฟิ่งชิงเกอที่เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง แม้แต่เฟิ่งเซียวยังขมวดคิ้วขึ้นมา “ท่านพ่อ คำพูดท่านหมายความเช่นไร? ทำไมจู่ๆ จึงอยากเห็นปานของชิงเกอเล่า? ท่านสงสัยอะไรรึขอรับ?”
“ท่านปู่ ท่านสงสัยว่าข้าไม่ใช่หลานสาวท่านใช่หรือไม่เจ้าคะ?” ในดวงตามีน้ำตาแห่งความน้อยใจคลออยู่ สีหน้าเจ็บปวดใจ
เฟิ่งเซียวเห็นแล้วลำบากใจอย่างอดไม่ได้ จึงรีบร้อนปลอบโยน “ชิงเกอ ปู่เจ้าหาได้หมายความเช่นนั้น ลูกอย่าคิดไปเองเลย”
ทว่า ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งกลับส่งเสียงหึหนักๆ กวาดตามองเฟิ่งเซียวแวบหนึ่ง ก่อนจะมองที่เฟิ่งชิงเกอ ขมวดคิ้วขึ้น น้ำเสียงแข็งกร้าวอย่างมาก “เปิดปานรูปหงส์ออกมาให้ข้าดู”
“ท่านพ่อ!”
“หุบปาก!” ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งแผดเสียง ดวงตาถลึงอย่างเดือดดาล ทันใดนั้น ก็ทำให้เฟิ่งเซียวไม่กล้าพูดแม้แต่ครึ่งประโยค
เฟิ่งชิงเกอกัดริมฝีปากเบาๆ ในดวงตามีน้ำตาตก “ท่านปู่อย่าโมโหเลย ท่านปู