ลุมไว้ตลอดเพื่ออะไร? แต่นึกไม่ถึงว่าภายใต้ผ้าคลุมกลับเป็นใบหน้าที่เสียโฉมเช่นนี้
“ใครกัน? บอกปู่มา ใครทำร้ายใบหน้าหลานจนเป็นเช่นนี้?”
ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งรอบตาแดงก่ำน้อยๆ เพราะความเจ็บใจ แม้แต่เสียงพูดยังสะอื้นขึ้นมา เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยแผลมีดกรีดแต่ละรอย ไม่อาจจินตนาการได้เลยจริงๆ ความเจ็บปวดเช่นนั้น นางทนรับไหวได้อย่างไรกัน?
เป็นใครกัน? ที่โหดร้ายเลือดเย็นขนาดทำให้ใบหน้าสาวน้อยคนหนึ่งเสียโฉมเช่นนี้?
หัวใจเฟิ่งจิ่วสั่นไหวน้อยๆ เห็นท่านผู้เฒ่ารอบตาแดงๆ น้ำเสียงสะอึกสะอื้น ก็หลับตาลง ถามว่า “เช่นนี้ ยังคิดว่าข้าเป็นหลานสาวท่านอยู่หรือไม่เจ้าคะ? แบบนี้แล้ว ท่านยังมองออกหรือไม่เจ้าคะ ว่าข้าเป็นหลานสาวท่าน?”
ฟังคำพูดนี้ ในที่สุดท่านผู้เฒ่าเฟิ่งก็หลั่งน้ำตาออกอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ ออกหน้ากอดเฟิ่งจิ่วไว้ ใช้มือหนึ่งลูบศีรษะเบาๆ พลางปลอบโยนอย่างสะอื้นไห้ “แม่หนูเฟิ่ง ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัวนะ! ปู่มองออกสิ ไม่ว่าหลานจะเปลี่ยนไปเช่นไร ปู่ก็มองออกหมดแหละ”
“ท่านปู่”
สุดท้ายเฟิ่งจิ่วก็ร้องเรียกออกมาอย่างทนไม่ไหว หนึ่งคำเรียกท่านปู่นี้ เปล่งมาจากหัวใจ มันมีทั้งความรู้สึกของเฟิ่งชิงเกอ และความรู้สึกของเฟิ่งจิ่วแฝงอยู่ภายใน
อาจเพราะ ยามที่เขามองเธอออกในแวบเดียว หัวใจก็ตอบรับ ว่าเขาเป็นคุณปู่ของเฟิ่งจิ่ว
ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งถอยออกก้าวหนึ่ง สองมือจับไหล่นางไว้ กล่าวว่า “แม่หนูเฟิ่ง หลานบอกปูสิ ช่วงที่ปู่