งเกอ ข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้า” เขายืนอยู่นอกประตู ไม่ได้เข้าไป
ประตูห้องเปิดแกร๊กออก เฟิ่งชิงเกอที่สีหน้าโกรธเคืองยืนข้างประตู “ท่านจะพูดอะไรรึเจ้าคะ? จะบอกว่าท่านไม่ได้ตั้งใจนิ่งมองข้าโดนคนตบ? หรือจะบอกว่าพอเห็นสาวน้อยงดงามที่ปิดผ้าคลุมหน้านั่นท่านก็หวั่นไหวแล้ว?”
มู่หรงอี้เซวียนมองนางด้วยท่าทางซับซ้อน ฟังคำพูดแล้ว ก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย “ข้าขอโทษ”
ได้ยินเขาพูดขอโทษ ใจนางเต้นตึกตักชั่วขณะ มีความตกใจเล็กน้อย “ท่านพี่มู่หรง หลายเดือนมานี้ข้ามักจะรู้สึกว่าท่านห่างเหินข้าไปไกลนัก ท่านไม่ชอบข้าจริงๆ แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
“ชิงเกอ เจ้าเป็นคนดีมาก ดีมากจริงๆ”
เขาหลับตาลง ในหัวคิดถึงสาวน้อยที่ปิดผ้าคลุมหน้าผู้นั้น กล่าวว่า “พูดได้ว่าพวกเราเป็นเพื่อนเล่นวัยเด็กที่มีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ตลอดมาข้านึกว่าเราจะเดินเคียงกันไปชั่วนิรันดร์ ถึงกับเตรียมการไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ว่าจะทูลขอเสด็จพ่อ ให้พวกเราได้แต่งงานกัน”
“ท่านพี่มู่หรง ท่าน…”
“เจ้าฟังข้าพูดให้จบก่อน” เขามองที่นาง แล้วพูดต่อ “แต่ช่วงไม่กี่เดือนนี้ ที่เจ้ากำลังรู้สึกเช่นนั้น ข้าเองก็รู้สึก ว่าระยะห่างของเราสองยิ่งไกลกันเรื่อยๆ ความรู้สึกหวั่นไหวยามที่อยู่ด้วยกันเช่นวันวาน ข้าก็ไม่รู้ว่ามันจางหายไปตั้งแต่เมื่อใด ข้ารู้ว่านี่มันโหดร้ายสำหรับเจ้ามาก แต่ข้าไม่อยากหลอกลวงเจ้า”
เห็นนางหลั่งน้ำตาอย่างเงียบเชียบ เขาก็ไม่อยากลืมตามอง “เด