ะๆ พวกเราชมกันต่อเถิด ท่านพ่อคงนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องอะไรที่ยังไม่จัดการ” ผู้นำตระกูลกวนยิ้มพลางเอ่ยกับเหล่าท่านผู้นำตระกูล ในใจกลับยังเคลือบแคลง ว่าเรื่องอะไรที่ทำให้ท่านพ่อสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นนั้น?
เคอซินหย่าที่นั่งอยู่กับสมาชิกครอบครัวหญิงคนอื่นๆ ตอนนี้เป็นนายหญิงใหญ่ของตระกูลกวน จึงเป็นปกติที่จะอยู่ชมการประลองบนเวทีที่นี่ ก่อนหน้านี้เห็นคนที่ตนแต่งงานด้วยท่าทางสง่าน่าเกรงขามอยู่บนเวที ล้วนไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้เขาได้ หัวใจก็ลอยล่องตามขึ้นมา
แอบคิดว่า ‘สายตาและการเลือกของนางนับว่าไม่เลวเลย’
ทว่า เมื่อเห็นคนรับใช้ปรี่มาด้วยท่าทางลนลาน แม้แต่ท่านผู้เฒ่ายังออกไปด้วยกัน ความรู้สึกที่เดิมทีเคยปลื้มปริ่มกลับเป็นกังวลอย่างอดไม่ได้ สองมือขยำกำชายเสื้อแน่นโดยไม่รู้ตัว สีหน้าก็ซีดเผือดน้อยๆ
เพราะ ขณะที่ท่านผู้เฒ่าออกไปกับคนรับใช้เมื่อครู่ ท่าทางที่ชำเลืองมองมาแวบหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้นึกถึงกวนสีหลิ่นขึ้นมา
หรือ หรือว่าเขาจะมาจริงๆ? เขายังกล้ามาจริงๆ รึ?
กวนสีหลิ่นกับเฟิ่งจิ่วที่ผ่านประตูใหญ่บ้านตระกูลกวนยังไม่ทันเหยียบเข้าสถานที่จัดการประลอง ก็ถูกน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและแก่งอมเรียกไว้
“สีหลิ่น? เป็นเจ้าจริงๆ รึ?”
ท่านผู้เฒ่ากวนค้ำไม้เท้าในมือก้าวยาวเข้ามา เมื่อเห็นเรือนร่างสูงใหญ่ที่เดินมุ่งหน้ามา ก็ยังผงะลงเล็กน้อยจริงๆ แววตามีความสับสนและฉงนอยู่บ้าง กลับไม่เห็นเพียงความประหลาดใจอย่างเดียว