กวนสีหลิ่นที่เห็นท่าทีเขากับตา หัวใจเย็นเยียบเล็กน้อย มุมปากกระตุกด้วยท่าทางเฉยเมยอยู่บ้าง ส่งเสียงเรียก “ท่านปู่”
“เจ้า…”
เดิมทีท่านผู้เฒ่ากวนคิดจะถาม ว่าเขากลับมาได้อย่างไร? ทว่า พอคำพูดถึงปากกลับนึกขึ้นได้ จึงเอ่ยว่า “กลับมาแล้วก็ดี เจ้ากลับเรือนไปพักก่อนเถอะ! ค่ำๆ ค่อยมาที่ห้องหนังสือ ข้าจะคุยกับเจ้าเสียหน่อย”
“คนตระกูลเคอคงบอกท่านปู่แล้ว ถึงเรื่องที่ข้ายังมีชีวิตอยู่!”
เขามองท่านผู้เฒ่ากวน ฝีเท้ากลับไม่ขยับเขยื้อน “ท่านปู่ไม่สงสัยรึ? ทำไมท่านพี่บอกว่าข้าตายแล้ว หรือท่านไม่ควรบอกข้า ว่าเหตุไฉนคู่หมั้นข้าถึงกลายเป็นภรรยาท่านพี่ได้?”
ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ ถูกผู้น้อยตั้งคำถามเช่นนี้ สีหน้าท่านผู้เฒ่ากวนจึงหมองลงมาชั่วขณะ คิ้วขมวดกันน้อยๆ ตั้งหน้าตรงมองกวนสีหลิ่น พลางต่อว่าเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ
“พูดอะไรของเจ้า? พอกลับมาก็ตั้งคำถามกับปู่เจ้าแบบนี้รึ? หรือไม่ได้ยินที่ข้าบอกให้เจ้ามาห้องหนังสือตอนค่ำ? ไม่กลับมาหลายเดือน กลายเป็นยิ่งไร้มารยาทเสียจริง! แม้แต่ธรรมเนียมก็ลืมไปแล้วรึ?”
“ท่านปูไม่ดีใจที่ข้ามีชีวิตกลับมาเลยสักนิดเดียว”
ผู้เฒ่ากวนเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าชราภาพฉายแววกระวนกระวาย
กวนสีหลิ่นมองเขาแวบหนึ่งอย่างเฉยชา และไม่สนใจการตอกกลับของเขา ก่อนจะสาวก้าวเดินไปข้างหน้า
“หยุดก่อน!”
ท่านผู้เฒ่ากวนเคลื่อนก้าวมาขวางเบื้องหน้าเขา ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าจะไปไหน?”
“วันนี