เกอก้าวนวยนาดเดินเข้ามา เอ่ยถามเสียงเบา สายตาก็จับจ้องไปตามรถม้าคันนั้น จากนั้นค่อยเบนสายตาออกมามองที่กวนสีหลิ่น ผุดรอยยิ้มขึ้นจางๆ “คุณชายท่านนี้ ในเมื่อเป็นเพื่อนของพี่มู่หรง ก็เป็นเพื่อนของเฟิ่งชิงเกอด้วย คนด้านในรถม้าเป็นอะไรกับคุณชาย? เชิญออกมาพบหน้ากันเสียหน่อย ไม่ดีกว่ารึ?”
มองอยู่ด้านข้างมาสักพักแล้ว น่าสงสัยจริงๆ ท่าทางหลงใหลบนใบหน้ามู่หรงอี้เซวียนทำให้นางรู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นครั้งแรก หลังจากสวมรอยตัวตนของเฟิ่งชิงเกอมา แววตาเช่นนั้น ช่างคุ้นเคยยิ่ง และทำให้ใจสั่นเหลือเกิน
แต่ก่อน นางก็เหมือนเมื่อครู่ที่คอยดูอยู่ข้างๆ ไปอย่างเงียบเชียบ เห็นเขาใช้สายตาอันอบอุ่นลึกซึ้งมองเฟิ่งชิงเกอด้วยความลุ่มหลง ทว่า ตั้งแต่เริ่มสวมรอยตัวตนนี้ ก็รู้สึกว่าความอ่อนโยนลึกซึ้งที่เขามีต่อเฟิ่งชิงเกอในอดีตกลับมักจะน้อยลง
แม้ว่า ยามที่เขามองมา จะพูดด้วยถ้อยคำอ่อนโยน และเอาใจใส่มากยิ่งขึ้น แต่คนที่ไวต่อความรู้สึกเช่นนาง ก็ยังรู้สึกถึงได้
มันทำให้นางไม่สงบใจ แต่กลับไม่กล้าขุดคุ้ยความจริง ด้วยกลัวว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจรับได้ นางเพิกเฉยมาตลอด บอกตัวเองมาตลอดว่าแค่คิดมากไป
ทว่าเมื่อครู่ นางยืนอยู่ด้านนั้น เห็นเขาในขณะที่ชายหนุ่มเปิดผ้าม่านก้าวลงมา แววตาเช่นนั้นที่เขามองไปด้านในรถม้า แทบจะทำให้นางแตกสลาย
ไม่ต้องเห็น สัญชาตญาณของหญิงสาวก็รู้ ว่าคนในรถม้าต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ ทว่า เป็นผู้หญิงแบ