บไหนกันแน่นะ? ถึงทำให้เขาลืมตัวเช่นนี้ได้?
กวนสีหลิ่นมองนางราวกับมองเห็นคนโง่เง่า “ข้าสนิทกับพวกท่านรึ? หรือน้องสาวข้าสนิทกับพวกท่าน? หากพวกท่านอยากพบ นางก็ต้องออกมาให้พวกท่านเห็นรึ?”
เฟิ่งชิงเกอฟังคำพูดนี้ สีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก กลับไม่แสดงอาการ แต่หันหน้ามองไปยังรถม้า แล้วเอ่ยเสียงเบา “คุณหนู การพบกันนับเป็นวาสนา ออกมาพบหน้ากันเสียหน่อยไม่ดีกว่ารึ?”
เฟิ่งจิ่วด้านในรถม้ากำลังเล่นเส้นผมที่ลู่ลงมาตรงหน้าอก สองตาหรี่ลงน้อยๆ มุมปากใต้ผ้าคลุมหน้าอมยิ้มซุกซนชั่วร้าย น้ำเสียงดังออกไปอย่างไม่เร็วไม่ช้า มีความเอื่อยเฉื่อยอยู่สามส่วน กับความไม่ใส่ใจอีกเจ็ดส่วน
“ข้ารู้จักท่านรึ? ทำไมต้องออกไปพบด้วย?”
ฟังน้ำเสียงที่ดังออกมาจากในรถม้า เฟิ่งชิงเกอผงะเล็กน้อย เหมือนจะคุ้นหูอยู่นิดหน่อย
และไม่ใช่นางคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้ แม้แต่มู่หรงอี้เซวียนก็ตกตะลึงน้อยๆ น้ำเสียงนั้น คล้ายคลึงกับเฟิ่งชิงเกออยู่บ้าง แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่เหมือนกัน เพราะในน้ำเสียงนั้นมีความเฉื่อยชาเลื่อนลอย ช่างน่าเย้ายวนนัก
อาจเพราะน้ำเสียงที่คุ้นชินน้อยๆ ทำให้ในใจนางไม่สงบ จึงข้ามผ่านกวนสีหลิ่นเบื้องหน้า มาถึงข้างรถม้าเพื่อจะไปแหวกเปิดผ้าม่านนั้น ทว่า มือที่ยื่นออกไปยังไม่ทันแตะผ้าม่าน ก็ถูกสองมือใหญ่คว้าไว้
“เจ้าทำอะไรน่ะ!”
กวนสีหลิ่นถลึงดวงตา สีหน้าหมองมืด จ้องมองสาวน้อยรูปโฉมงามเลิศด้วยความไม่พอใจอย่างมาก คิดว่าสมองนางคงใช