้กับความงามบนใบหน้าไปหมดแล้ว จึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง
“ปล่อยข้า!”
เฟิ่งชิงเกอพูดด่า พลางขมวดคิ้วมองมือนั้นที่จับข้อมือนางไว้
หลังจากกวนสีหลิ่นลากนางถอยหลังออกไปสองก้าว ถึงจะปล่อยมือ ใบหน้ามองเขม่น “หากไม่ใช่เพราะเจ้าคิดเปิดม่านรถ เจ้านึกว่าข้าอยากจับมือเจ้านักรึ?”
“เพี๊ยะ!”
“ชิงเกอ!” สีหน้ามู่หรงอี้เซวียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบร้อนออกหน้า
กวนสีหลิ่นปิดหน้า ถลึงมองเฟิ่งชิงเกอด้วยสีหน้ายากจะเชื่อ “เจ้า เจ้าตบข้ารึ?”
…………………………………………………….