น้าหล่อเหลาสง่างามผุดรอยยิ้มอ่อนโยน “วันนั้นจากกันที่หมู่บ้านป่าหิน นึกไม่ถึงว่าจะพบคุณชายอีกครั้งที่เมืองอวิ๋นเยวี่ยแห่งนี้”
กวนสีหลิ่นมองเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนิดหน่อย “ท่านคือ?” จำคนคนนี้ไม่ได้โดยสิ้นเชิง
เห็นเขานึกไม่ออก มู่หรงอี้เซวียนยิ้มเจื่อนน้อยๆ แต่ยังกลับมาเป็นปกติได้ในทันที กล่าวว่า “ข้าแซ่มู่หรง ชื่ออี้เซวียน”
“มู่หรงอี้เซวียน?”
กวนสีหลิ่นตะลึงเล็กน้อย จากนั้นค่อยมองเขาอย่างประหลาดและตื่นเต้นใจ แม้แต่น้ำเสียงก็ยังยกสูงขึ้นน้อยๆ บางส่วน
“ท่านคือมู่หรงอี้เซวียน? ท่านอ๋องสามแห่งแคว้นแสงสุริยัน? อัจฉริยะในการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ผู้นั้นรึ?”
มู่หรงอี้เซวียน ชื่อนี้ในฐานะคนของตระกูลกวนแห่งเมืองอวิ๋นเยวี่ยเช่นเขาย่อมเคยได้ยินมาเป็นธรรมดา แต่กลับไม่เคยพบเจอกันมาก่อน รู้เพียงว่า คนผู้นี้ไม่เพียงเล่าลือว่าเก่งกาจยิ่งนัก หนำซ้ำยังเป็นอัจฉริยะในการฝึกฝนวิชาในหมู่คนรุ่นหลัง ผู้มีพรสวรรค์ดั่งฟ้าประทาน นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะได้พบเจอ
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เขาก็ตื่นเต้นอยู่ในใจ “ท่านอ๋องสาม ข้าอยากพบท่านมานานแล้ว นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้จะเจอท่านบนถนนอย่างไม่คาดคิด ช่างมีวาสนาจริงๆ!”
ไม่รอให้เขาปริปาก ก็เอ่ยอีกว่า “ท่านรู้หรือไม่? ท่านเป็นเป้าหมายของข้ามาโดยตลอด เมื่อก่อนข้าคิดหมั่นเพียรฝึกฝนวิชา เพื่อโค่นล้มท่านในภายหลัง”
ตอนที่ฟังประโยคก่อนหน้านี้ รอยยิ้มมู่หรงอี้เซวียนก็ยิ่งลึกขึ้น กำลังจะเอ่ยปา