กถามว่าน้องสาวท่านมาด้วยหรือไม่? แต่หลังจากได้ยินประโยคที่ตามท้ายมา รอยยิ้มบนใบหน้ากลับแข็งทื่อน้อยๆ แอบคิดว่า ‘คนผู้นี้พูดจาไม่เกรงใจกันเลยจริงๆ’
แต่ว่า เขากลับไม่ถือสาหาความอะไร กล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้ายังไม่ถามชื่อเสียงเรียงนามคุณชายเลย?”
“ข้าชื่อกวนสีหลิ่น” เขารายงานชื่อตัวเองอย่างสุขใจนัก
“ที่แท้ก็เป็นคุณชายกวน ไม่ทราบว่าน้องสาวท่านมาด้วยกันกับคุณชายหรือไม่?” ตอนที่เดินเข้ามา ก็สังเกตเห็นว่าขนมที่เขาถือไว้ในมือมีหลายชุด หรือว่าจะซื้อให้น้องสาวคนนั้น? นางชอบกินของพวกนี้รึ?
“หืม?”
ได้ยินเขาเอ่ยถึงน้องสาวสุดที่รัก กวนสีหลิ่นจึงเก็บรอยยิ้มบนใบหน้าลง ถลึงมองเขาด้วยความระแวดระวัง “ท่านถามถึงน้องสาวข้าทำไมรึ? ท่านกับนางหาได้รู้จักกันไม่”
“เป็นเช่นนี้ ครั้งก่อนที่หมู่บ้านป่าหิน ข้าล่วงเกินน้องสาวท่านโดยไม่ตั้งใจ อยากหาโอกาสขอโทษนางมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยได้เจอกันเลย” เจอกันแล้ว ครั้งนั้นในเวิ้งสวนท้อเห็นนางรางๆ ราวภูตพรายดอกไม้ หลังจากเขากลับมา ก็จิตใจเหม่อลอยตลอด หัวใจยิ่งดำดิ่งโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ถึงขั้นว่า เวลาช่วงนี้ ก็เอาแต่นึกถึงความรู้สึกระหว่างเขากับชิงเกอ และคิดจะหาโอกาสเหมาะสมเพื่อบอกกล่าวคำพูดนี้กับนาง ทว่าก็หาโอกาสดีๆ ไม่ได้มาโดยตลอด
มือที่ถือชงโหยวปิ่งส่ายไปมา “ไม่ต้องหรอก น้องหญิงข้าใจกว้างมาก นางคงไม่ใส่ใจที่ท่านล่วงเกินอะไรไป” ไม่สนใจ นั่นเพราะท่านยังไม่ทันยุให้โกรธ หากทำให้