าอยู่เรื่อย”
“พูดอะไรของท่านน่ะ?”
เธอดึงผ้าขึ้นห่มให้เขาสูงขี้น กล่าวว่า “ร่างกายท่าน รักษาอีกสองวันก็ลุกจากเตียงไปเดินได้แล้ว แต่งานคัดเลือกตระกูลกวนจะจัดในอีกสามวันให้หลัง เวลากระชั้นชิดอยู่บ้าง ข้ากังวลว่าร่างกายท่านจะไม่ไหวเอา”
“ไม่เป็นไร ข้ายังไหว งานคัดเลือกตระกูลกวนข้าต้องกลับไปแน่”
“เช่นนั้นสองวันนี้ท่านก็รักษาตัวให้ดี ข้าจะจัดยาให้ท่าน บาดแผลท่านจะฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด” เธอลุกยืนขึ้น เอ่ยว่า “ข้ากลับห้องก่อน หากมีเรื่องอะไร ท่านบอกเหลิ่งซวงไว้ก็พอ”
“ได้ ร่างกายเจ้าไม่สู้ดี ต้องพักผ่อนมากๆ ไม่ต้องมาดูข้าบ่อยๆ หรอก”
เฟิ่งจิ่วยิ้มพลางพยักหน้า มองไปที่เหลิ่งซวงกำชับเรื่องเปลี่ยนยา สุดท้ายถึงจะกลับห้อง และแวบตัวเข้าจวนภูตในห้วงมิติ
คืนนั้น เธอไม่เพียงชีพจรเสียหาย แม้แต่หงส์ไฟก็หลับปุ๋ยไปเพราะเหตุนี้ด้วย
หงส์ไฟที่ปรากฏตัวด้วยรูปร่างมนุษย์เด็กน้อยเตาะแตะ จะเผยร่างจริงก็ขอแค่รอเป็นผู้ใหญ่ ทว่าเมื่อคืน เธอกลับใช้ตราสัญลักษณ์เก่าแก่จากเลือดทำลายซึ่งพันธนาการนั้น ทำให้เขาเผยร่างจริงเพื่อสังหารศัตรู
กำลังต่อสู้ยามที่เขาเผยร่างจริงแทบจะไปถึงขั้นสูงสุดของสัตว์เทวะในตำนานที่เติบโต ต่อกรกับระดับบรรพชนนักรบแค่คนเดียว ย่อมจัดการได้ง่ายดายเป็นธรรมดา แต่ราคาที่ต้องแลกก็มากโข นั่นคือเขาหมดสติไป หนำซ้ำ ยังไม่รู้ด้วยว่าจะตื่นขึ้นมาเมื่อใด
เธอมองหงส์ไฟน้อยที่ถูกห่อหุ้มอยู่ในลูกไฟเล็กๆ ภายในห้วงมิต